Tether ประกาศให้ Big Four ตรวจสอบบัญชีครั้งประวัติศาสตร์ พร้อมเร่งสะสมทองคำเพิ่ม
Tether บริษัทผู้ออกเหรียญ Stablecoin รายใหญ่ที่สุดของโลก และยังเป็นหนึ่งในผู้ซื้อและผู้ถือครองทองคำแท่งรายใหญ่ที่สุด ได้ประกาศความร่วมมือกับหนึ่งในสี่บริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลก (Big Four) เพื่อดำเนินการตรวจสอบบัญชีอิสระอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท การก้าวเข้าสู่การตรวจสอบครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะส่งผลสะเทือนทั้งในตลาดทองคำและโลกการเงินดิจิทัล
การตรวจสอบบัญชีครั้งใหญ่เพื่อสร้างความโปร่งใส
บริษัท Tether ระบุว่าการตรวจสอบนี้ถือเป็นการประเมินทางการเงินที่เข้มงวดที่สุด โดยมุ่งสร้างความมั่นใจว่าเหรียญ USDT ซึ่งมีมูลค่าตลาดกว่า 1.84 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีสินทรัพย์หนุนหลังอย่างเต็มรูปแบบ ในขณะเดียวกัน เหรียญทองคำอย่าง XAUT ก็มีมูลค่าตลาดสูงถึง 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้การตรวจสอบครั้งนี้ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนในทองคำผ่านสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างปฏิเสธไม่ได้
Tether ผงาดขึ้นเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ของโลก
ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา Tether ได้รับความสนใจอย่างมากหลังจากเปิดเผยตัวเลขการถือครองทองคำอย่างเป็นทางการ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าบริษัทถือครองทองคำแท่งอยู่ระหว่าง 125 ถึง 150 ตัน ซึ่งทำให้ Tether กลายเป็นผู้ถือครองทองคำนอกภาครัฐที่ใหญ่ที่สุด และติดอันดับ 1 ใน 30 ผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ระดับโลก แซงหน้าหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และเกาหลีใต้
แผนการขยายพอร์ตโฟลิโอในตลาดทองคำ
ไม่เพียงแต่ XAUT จะเป็นเหรียญทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ Tether ยังใช้ทองคำเป็นสินทรัพย์สำรองเพื่อหนุนหลังเหรียญ USDT อีกด้วย โดยมีสัดส่วนประมาณ 7% ของสินทรัพย์ทั้งหมด ในช่วงไตรมาสที่ 4 บริษัทได้เพิ่มการถือครองทองคำอีก 27 ตัน ทำให้เกิดแรงซื้อมหาศาลในตลาดทองคำ ทางด้าน Paolo Ardoino ซีอีโอของบริษัท เปิดเผยว่ามีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในทองคำให้สูงถึง 10% ถึง 15% ของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมดในอนาคต
การแข่งขันกับกองทุน ETF และสถาบันการเงิน
นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จาก Société Générale ระบุว่าการถือครอง XAUT ของ Tether มีปริมาณเทียบเท่ากับกองทุน ETF ทองคำที่ใหญ่เป็นอันดับแปดของโลก นอกจากนี้ กระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ Tether ในช่วงปลายปียังสูงเป็นอันดับสองของโลกรองจากกองทุน SPDR Gold Shares (GLD) ในช่วงที่ราคาทองคำมีการปรับตัวลดลง Tether ก็ได้เข้าซื้อสะสมเพิ่มเติม หรือที่เรียกว่าเข้าช้อนซื้ออย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แรงซื้อจากบริษัทมีอิทธิพลอย่างมากต่อตลาดทองคำ และสามารถแข่งขันโดยตรงกับกลุ่มนักลงทุนสถาบันรวมถึงกองทุนบริหารความเสี่ยง (Hedge Funds)














