ราคาทองคำคาดทำจุดสูงสุดใหม่ในปี 2026
Wells Fargo คาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่อีกครั้งในปี 2026 จากปัจจัยหลักสำคัญหลายประการ ได้แก่ การซื้อทองคำอย่างแข็งแกร่งจากธนาคารกลางทั่วโลก ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงต่อเนื่อง การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินต่อไป
ธนาคารกลางหนุนตลาดทองคำแข็งแกร่ง
ในรายงาน Outlook 2026 ที่เผยแพร่สัปดาห์นี้ นักวิเคราะห์ Wells Fargo ระบุว่า ทองคำจะเป็นหนึ่งในสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีผลงานโดดเด่นในปีหน้า โดยธนาคารกลางยังคงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันราคาทองคำ เนื่องจากความกังวลเริ่มต้นที่กระตุ้นให้มีการซื้อยังคงอยู่ เช่น ภาวะเงินเฟ้อและการกระจายความเสี่ยงท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
เฟดลดดอกเบี้ย-ดอลลาร์อ่อนค่า
Wells Fargo คาดว่าปัจจัยสนับสนุนเหล่านี้จะยังคงดำเนินต่อไปในปี 2026 ซึ่งจะช่วยให้ราคาทองคำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้จะช้าลงกว่าปี 2025 นักวิเคราะห์ชี้ว่าการลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมจาก Fed และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่มีเสถียรภาพอาจผลักดันให้เกิดการเติบโตของอุปสงค์ในกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน (ETF) โดยข้อมูลในอดีตแสดงให้เห็นว่ารอบการลดดอกเบี้ยของ Fed เป็นตัวขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งต่อผลงานของทองคำในช่วง 18 เดือนถัดไป
คาดทองคำพุ่ง 5.8-10% ในปี 2026
นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์ของ Wells Fargo คาดการณ์ว่าทองคำจะเพิ่มขึ้นอีก 5.8% ถึง 10% ในปีหน้า โดยราคาจะอยู่ที่ระหว่าง 4,500 ถึง 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในตอนท้ายปี Sameer Samana หัวหน้าฝ่ายหุ้นโลกและสินทรัพย์จริงของ Wells Fargo Investment Institute กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ความไม่แน่นอนสูง ดอลลาร์ที่อ่อนค่า และการปรับตัวลงของสกุลเงินดิจิทัลล้วนส่งผลให้เกิดการตั้งรับที่แข็งแกร่งมากสำหรับระลอกการขึ้นของทองคำในระยะถัดไป
ทองคำเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงหลัก
Samana ยังมองเห็นแนวโน้มการกระจายความเสี่ยงอย่างกว้างขวางในตลาด ซึ่งเขาเชื่อว่าจะช่วยผลักดันราคาทองคำเพิ่มขึ้น โดยระบุว่า ในโลกที่มีความไม่แน่นอนมาก ผู้คนกำลังมองหาแหล่งกระจายความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งทองคำดูเหมือนจะเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงหลักในโลกที่เงินเฟ้อยังคงสูงและ Fed ลดอัตราดอกเบี้ยทั้งที่เงินเฟ้ออยู่ที่ 3% นอกจากนี้ ข้อมูลที่น่าสนใจคือ หากดูที่ดัชนี S&P 500 ในรูปของทองคำ จะพบว่าถึงจุดสูงสุดในปลายปี 2021 ซึ่งหมายความว่าทองคำมีผลงานเหนือกว่าหุ้นมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว
















