ราคาทองคำจะพุ่งไปได้ไกลแค่ไหน? เจาะลึกการวิเคราะห์จาก CRU Group
แม้ว่าราคาทองคำจะยังคงแกว่งตัวในกรอบกว้างและมีการปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่การพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของราคาทองคำในช่วงปีที่ผ่านมาได้จุดประกายคำถามที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งในตลาดนักลงทุน นั่นคือ ราคาทองคำจะสามารถพุ่งขึ้นไปได้สูงสุดที่ระดับเท่าใดในความเป็นจริง?
ในรายงานโลหะมีค่าฉบับล่าสุด นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จาก CRU Group ระบุว่า ศักยภาพในระยะยาวของทองคำไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานด้านอุปสงค์และอุปทานแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่านักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายให้มูลค่าของทองคำในระบบการเงินในวงกว้างอย่างไร การวิเคราะห์ล่าสุดชี้ให้เห็นว่าการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ภาวะฟองสบู่จากการเก็งกำไร แต่เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินมูลค่าใหม่ที่เชื่อมโยงกับความน่าเชื่อถือทางการเงิน หนี้ทั่วโลก และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง
โอกาสที่ราคาทองคำจะพุ่งสูงขึ้นในสภาวะสุดโต่ง
นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า การที่ทองคำปรับตัวขึ้นจากระดับ 2,000 ดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว สู่ระดับสูงสุดที่ 5,600 ดอลลาร์ในเดือนมกราคม เป็นการกำหนดราคาใหม่ภายใต้กรอบการเงินที่มีอยู่ CRU อธิบายเพิ่มเติมถึงการทดลองทางความคิดว่า หากสหรัฐฯ ซึ่งมีทองคำสำรองทางการกว่า 8,100 ตัน นำทองคำมาหนุนหลังปริมาณเงินในระบบ (M2) ที่ระดับ 22 ล้านล้านดอลลาร์ทั้งหมด ราคาทองคำอาจพุ่งไปถึง 85,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหนุนหลังเพียง 20% ราคาจะอยู่ที่ราว 17,000 ดอลลาร์ และหากผูกติดกับฐานเงินตราของประเทศเพียงอย่างเดียว ราคาจะอยู่ในช่วง 8,000 ถึง 20,000 ดอลลาร์
ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคที่เอื้อต่อการลงทุนทองคำ
แม้ตัวเลขเหล่านี้จะไม่ใช่การคาดการณ์ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องกันอย่างมากระหว่างระบบการเงินสมัยใหม่และปริมาณทองคำสำรอง การปรับตัวขึ้นในระยะหลังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของความคาดหวังเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย วินัยการคลัง และความน่าเชื่อถือของธนาคารกลาง หากมีการโยกย้ายสินทรัพย์ทางการเงินทั่วโลกเพียง 1% เข้าสู่การลงทุนทองคำ อาจดันราคาให้เข้าใกล้ 7,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้เลยทีเดียว
คาดการณ์ราคาทองคำในระยะสั้นถึงระยะกลาง
Frank Nikolic รองประธาน CRU Group ประจำอเมริกาเหนือ ให้สัมภาษณ์กับ Kitco News ว่า การกำหนดราคาทองคำใหม่ในเชิงโครงสร้างเกิดจากความกังวลด้านระดับหนี้โลกที่คาดว่าจะสูงเกิน 100% ของ GDP และความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก การเสื่อมถอยของความไว้วางใจ และปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ กำลังตอกย้ำบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและแหล่งเก็บรักษามูลค่า
สำหรับมุมมองแนวโน้มในปี 2026 CRU คาดว่าราคาทองคำจะยังคงปรับตัวขึ้นในระยะสั้น โดยมีโอกาสแตะจุดสูงสุดที่ราว 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปีหน้า ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงการปรับฐานและรักษาระดับราคาไว้ที่ระดับสูงในอดีต ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในการลงทุนทองคำและตลาดโลก














