ราคาทองคำทรงตัว รับยอดค้าปลีกสหรัฐฯ พุ่งเหนือคาด ท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลาง

Gold price, US retail sales

ราคาทองคำทรงตัว รับยอดค้าปลีกสหรัฐฯ พุ่งเหนือความคาดหมาย

ตลาดทองคำยังคงมีแนวโน้มการปรับฐานและทรงตัว โดยราคาทองคำ (Gold Price) เคลื่อนไหวรักษาระดับอยู่บริเวณ 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และดูเหมือนว่าจะยังไม่มีการพุ่งทะลุแนวต้านสำคัญในเร็วๆ นี้ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกายังคงมีความแข็งแกร่งอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ หนุนเศรษฐกิจแข็งแกร่ง อาจส่งผลต่อแนวโน้มราคาทองคำ

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ (U.S. Commerce Department) ได้รายงานเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคมพุ่งขึ้นถึง 1.7% ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยตัวเลขข้อมูลเศรษฐกิจนี้ออกมาดีกว่าที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ไว้ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ประเมินว่าจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเพียง 1.4% เท่านั้น นอกจากนี้ รายงานยังระบุด้วยว่าเมื่อเทียบเป็นรายปี ยอดค้าปลีกปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 4% ในขณะที่ยอดค้าปลีกพื้นฐาน (Core Sales) ซึ่งไม่รวมยอดขายยานยนต์ ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 1.9% ในเดือนมีนาคม เมื่อเทียบกับ 0.7% ในเดือนกุมภาพันธ์ ตัวเลขการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนี้สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์มองไว้ที่ 1.4% อย่างไรก็ตาม ตลาดทองคำแทบไม่ได้แสดงปฏิกิริยาตอบรับต่อข้อมูลยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งนี้มากนัก โดยราคาทองคำสปอต (Spot Gold) ล่าสุดมีการซื้อขายอยู่ที่ระดับ 4,776.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลงเกือบ 1% ในระหว่างวัน

จับตาความขัดแย้งตะวันออกกลางและนโยบายดอกเบี้ยของเฟด

แม้ว่าราคาทองคำจะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบแบบ Sideway แต่นาย Naeem Aslam ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Zaye Capital Markets ได้แสดงความคิดเห็นว่า ตลาดกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ซับซ้อน เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งนี้อาจกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องคงนโยบายการเงินที่เป็นกลางต่อไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี เขากล่าวว่า “นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่แข็งแกร่งธรรมดา แต่มันแข็งแกร่งทะลุเกณฑ์ที่ตั้งไว้สูงมาก ซึ่งหมายความว่าตลาดทองคำและนักลงทุนจะต้องกลับมาตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า การผ่อนคลายนโยบายทางการเงินจะเกิดขึ้นได้เร็วแค่ไหนในความเป็นจริง”

นอกจากนี้ เขายังเสริมอีกว่า ทิศทางราคาทองคำยังคงติดอยู่ท่ามกลางแรงดึงดูดสองฝั่ง ทั้งจากความวุ่นวายที่ยังคงดำเนินอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งอัตราเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ และฝั่งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่ง “สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้จะมีข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งมากขนาดนี้ แต่ราคาทองคำก็ไม่ได้ถูกเทขายอย่างหนักแต่อย่างใด ซึ่งนี่เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า ความต้องการในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven demand) ที่เชื่อมโยงกับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ยังคงเป็นฐานรองรับที่แข็งแกร่งให้กับตลาดทองคำ ในเวลาเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ที่ทรงตัวเหนือระดับ 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก็สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคาน้ำมันไม่ได้มาจากความคาดหวังด้านอุปสงค์เพียงอย่างเดียว แต่มาจากความเสี่ยงด้านอุปทาน โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ” เขากล่าวทิ้งท้าย “สิ่งนี้ทำให้เกิดโครงสร้างตลาดที่ซับซ้อนอย่างมาก โดยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งได้ผลักดันให้ความคาดหวังเรื่องอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ในขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ก็ยังคงช่วยพยุงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ให้อยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นตัวจำกัดความเสี่ยงขาลงสำหรับสินทรัพย์ที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราเงินเฟ้ออย่างตลาดทองคำ”

Loading

Relate Post

XM Global Limited