ราคาทองคำและโลหะเงินพุ่งสูงสุด รับแรงหนุนจากสินทรัพย์ปลอดภัย
ราคาทองคำและโลหะเงินมีการซื้อขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงเช้าของตลาดสหรัฐฯ วันจันทร์ โดยราคาทองคำทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ และโลหะเงินทำจุดสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven demand) ท่ามกลางความไม่แน่นอนครั้งใหม่ในตลาด หลังจากสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีใหม่ รวมถึงความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ล่าสุดสัญญาทองคำส่งมอบเดือนเมษายนพุ่งขึ้น 89.30 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 5,170.00 ดอลลาร์ ส่วนโลหะเงินส่งมอบเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 4.037 ดอลลาร์ ปิดที่ 86.345 ดอลลาร์
ผลกระทบจากนโยบายภาษีทรัมป์และความขัดแย้งทางการค้า
หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ ตัดสินว่าการใช้อำนาจฉุกเฉินเพื่อขึ้นภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั้นผิดกฎหมาย ทรัมป์ได้ตอบโต้ด้วยการโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่าจะเพิ่มภาษีนำเข้าทั่วโลกจาก 10% เป็น 15% โดยมีผลทันที การเคลื่อนไหวนี้ส่งผลให้สหภาพยุโรป (EU) เตรียมระงับกระบวนการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ขณะที่เจ้าหน้าที่การค้าของอินเดียได้เลื่อนการเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อสรุปข้อตกลงชั่วคราวออกไป นอกจากนี้ นักวิเคราะห์มองว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน อาจมีอำนาจการต่อรองเพิ่มขึ้นหลังคำตัดสินของศาล ทำให้สหรัฐฯ กดดันให้จีนซื้อสินค้าเพิ่มได้ยากขึ้น
สถานการณ์ตะวันออกกลางและมุมมองทางเทคนิค
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ โดยสหรัฐฯ และอิหร่านเตรียมกลับมาเจรจานิวเคลียร์อีกครั้งในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางการเสริมกำลังทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ซึ่งสร้างความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบและการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สำหรับมุมมองทางเทคนิคของตลาดทองคำ ฝั่งขาขึ้นมีเป้าหมายราคาถัดไปที่การปิดเหนือแนวต้านสำคัญ 5,400.00 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านแรกที่ 5,198.80 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,854.20 ดอลลาร์
















