ราคาทองคำร่วงหลุดแนวรับ 5,000 ดอลลาร์ หลังตัวเลขเงินเฟ้อ PPI สหรัฐฯ พุ่งเกินคาด

Gold price, PPI inflation

ราคาทองคำร่วงหลุดระดับ 5,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางวิกฤตเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น

ตลาดทองคำ (Gold market) กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากและไม่สามารถฟื้นตัวได้ หลังจากสูญเสียแนวรับสำคัญที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหลังจากเผชิญกับแรงเทขายอย่างต่อเนื่องในช่วงข้ามคืน โลหะมีค่าชนิดนี้ยังต้องเผชิญกับอุปสรรคเพิ่มเติม เมื่ออัตราเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกายังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเดือนที่ผ่านมา

ตลาดทองคำเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI)

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ได้ประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ทั่วไปปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมกราคม ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อล่าสุดนี้มีความร้อนแรงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เนื่องจากนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ได้ประเมินตัวเลขคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.3% เท่านั้น รายงานยังระบุอีกว่าในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อภาคค้าส่งพุ่งขึ้นถึง 3.4% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นราย 12 เดือนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2025 ซึ่งในช่วงเวลานั้นราคาก็ปรับตัวขึ้น 3.4% เช่นเดียวกัน

รายละเอียดตัวเลขเงินเฟ้อดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน (Core PPI)

สำหรับดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน ปรับตัวสูงขึ้น 0.5% ในเดือนที่แล้ว หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนมกราคม ตัวเลขเงินเฟ้อผู้ผลิตพื้นฐานนี้ก็แข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้เช่นกัน เนื่องจากโพลล์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.3% ทั้งนี้ รายงานระบุว่าในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ดัชนี Core PPI เพิ่มขึ้นถึง 3.5% ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อแนวโน้มราคาทองคำในตลาดโลก

ผลกระทบต่อแนวโน้มราคาทองคำและการลงทุน

ราคาทองคำ (Gold price) อยู่ภายใต้แรงกดดันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนที่ข้อมูลเงินเฟ้อจะถูกเปิดเผยออกมา และในขณะนี้กำลังเผชิญกับแรงเทขายระลอกใหม่ที่รุนแรงขึ้น ราคาทองคำสปอต (Spot gold) มีการซื้อขายล่าสุดอยู่ที่ระดับ 4,883.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งปรับตัวลดลงมากกว่า 2% ระหว่างวัน นักลงทุนต่างจับตาดูตัวเลข PPI อย่างใกล้ชิด เนื่องจากดัชนีนี้ถูกมองว่าเป็นตัวบ่งชี้นำของอัตราเงินเฟ้อ เพราะผู้ผลิตมักจะผลักภาระต้นทุนปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้นไปให้กับผู้บริโภคนั่นเอง

นักลงทุนในตลาดทองคำมักจะใช้ข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิตเพื่อประเมินทิศทางของนโยบายการเงินจากธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง โอกาสที่จะมีการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปก็มีมากขึ้น ซึ่งนั่นส่งผลลบโดยตรงต่อแนวโน้มราคาทองคำในระยะสั้นและระยะกลาง ดังนั้นนักลงทุนที่ต้องการซื้อขายทองคำในช่วงเวลานี้ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและวางแผนการเทรดอย่างระมัดระวัง เพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาทองคำที่อาจเกิดขึ้น

Loading

XM Global Limited