สรุปสถานการณ์ราคาทองคำประจำสัปดาห์: ผันผวนหนักก่อนปิดลบ
สัปดาห์นี้ ราคาทองคำ เผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก โดยตลาด Spot Gold เปิดสัปดาห์ที่ระดับ 4,790.17 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่จะพุ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดของสัปดาห์ที่ 4,830 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเกิดแรงเทขายอย่างหนักกดดันให้ ทองคำ ร่วงลงกว่า 2% ไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,672 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักวิเคราะห์ระบุว่าปัจจัยหลักที่เข้ามากดดันมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ที่พุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่ฝังลึก ซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จำเป็นต้องตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงยาวนานขึ้น และลดทอนความน่าสนใจของสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อตลาดทองคำ
นอกจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ ตลาดการลงทุนยังได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและยิ่งตอกย้ำความกังวลด้านเงินเฟ้อ แม้ว่าในช่วงปลายสัปดาห์ ราคาทองคำ จะเริ่มฟื้นตัวกลับมาได้บ้างบริเวณ 4,740 ดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนกลับเข้าซื้อ ทองคำ ในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่ภาพรวมของสัปดาห์นี้ ราคาทองคำยังคงทำสถิติปรับตัวลดลงมากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งเดือน โดยปิดตลาดไปที่ระดับเหนือ 4,700 ดอลลาร์เล็กน้อย
มุมมองนักวิเคราะห์และทิศทางราคาทองคำในสัปดาห์หน้า
ผลการสำรวจของ Kitco News ล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่านักวิเคราะห์จาก Wall Street และนักลงทุนทั่วไปมีมุมมองที่ค่อนข้างแตกแยกและยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทาง ราคาทองคำ ในระยะสั้น ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า ทองคำ อาจปรับตัวลดลงได้อีกเนื่องจากปัจจัยกดดันจากการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งคาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม ในขณะที่นักวิเคราะห์อีกกลุ่มยังคงมีมุมมองเชิงบวก โดยประเมินว่าแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกและการช้อนซื้อทางเทคนิคจะเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญ
สัปดาห์หน้าถือเป็นสัปดาห์ที่สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอัดแน่นไปด้วยการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ และการประชุมของธนาคารกลางหลักถึง 5 แห่ง ได้แก่ BOJ, BoC, Fed, BOE และ ECB ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวของตลาด ราคาทองคำ นักลงทุนควรติดตามระดับแนวรับและแนวต้านทางเทคนิคอย่างใกล้ชิด โดยมีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,880 ดอลลาร์ และหากหลุดแนวรับที่ 4,660 ดอลลาร์ อาจเห็นการปรับฐานลงลึกไปถึงระดับ 4,500 ดอลลาร์หรือต่ำกว่านั้นได้
















