ราคาทองคำร่วงต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและวิกฤตสงคราม
ราคาทองคำและแร่เงินปรับตัวลดลงอย่างหนักจนแตะจุดต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ในช่วงต้นของการซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตลาดโลหะมีค่าได้รับแรงกดดันอย่างหนักเนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อที่อาจบีบให้ธนาคารกลางต่างๆ ต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป สถานการณ์เช่นนี้ไม่เพียงแต่จะหนุนให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น แต่ยังจำกัดความต้องการซื้อราคาทองคำและแร่เงินทั้งในภาคผู้บริโภคและภาคธุรกิจ โดยราคาทองคำสัญญาส่งมอบเดือนเมษายน ร่วงลง 226.60 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 4,669.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางต่อตลาดโลหะมีค่า
ตลาดโลหะมีค่าได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ราคาทองคำล่วงหน้าร่วงลงกว่า 900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม ในขณะที่ทองแดงก็สูญเสียผลกำไรของปีนี้ไปจนหมดสิ้น เนื่องจากสงครามที่ทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงและเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก การโจมตีโรงงานพลังงานระหว่างอิหร่านและอิสราเอล รวมถึงการโจมตีโรงกลั่นในซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ ทำให้น้ำมันดิบ WTI พุ่งแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าราคาพลังงานจะยิ่งกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังราคาทองคำ
เฟดคงอัตราดอกเบี้ยตามคาดการณ์ จับตาทิศทางราคาทองคำ
ด้านธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยคณะกรรมการ FOMC คาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้ เนื่องจากความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลาง นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด เน้นย้ำว่าจำเป็นต้องเห็นความคืบหน้าในการลดอัตราเงินเฟ้อก่อนที่จะกลับมาลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นแรงกดดันหลักต่อทิศทางราคาทองคำในระยะนี้
วิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับราคาทองคำล่วงหน้า
ในแง่ของปัจจัยทางเทคนิค เป้าหมายขาขึ้นถัดไปของนักลงทุนฝั่งซื้อ (Bulls) สำหรับราคาทองคำล่วงหน้าเดือนเมษายน คือการปิดฝ่าแนวต้านแข็งแกร่งที่ 5,000.00 ดอลลาร์ ในขณะที่เป้าหมายขาลงระยะสั้นของฝั่งขาย (Bears) คือการกดราคาให้ต่ำกว่าแนวรับทางเทคนิคที่ระดับต่ำสุดของเดือนกุมภาพันธ์ที่ 4,423.20 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านแรกอยู่ที่ 4,750.00 ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปที่ 4,800.00 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับแรกอยู่ที่ 4,650.00 ดอลลาร์ และ 4,600.00 ดอลลาร์ตามลำดับ นักลงทุนควรติดตามข่าวทองคำและตัวเลขเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมต่อไป












