ทิศทาง ราคาทองคำ วันนี้: แรงกดดันจากดอลลาร์และแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด
ตลาดทองคำกำลังเผชิญกับสัปดาห์ที่สองของการปรับตัวลดลง โดย ราคาทองคำ กำลังทดสอบแนวรับสำคัญเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำสปอตล่าสุดซื้อขายที่ระดับ 5,044.80 ดอลลาร์ ลดลงเกือบ 2.5% จากสัปดาห์ก่อนหน้า ในขณะที่โลหะเงินก็มีทิศทางราคาคล้ายคลึงกัน โดยทดสอบแนวรับที่ประมาณ 81 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 4% ในรอบสัปดาห์ แรงเทขายในตลาดโลหะมีค่าสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนที่คาดหวังว่า ราคาทองคำ และโลหะเงินจะพุ่งสูงขึ้นจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม คริสโตเฟอร์ เวคคิโอ (Christopher Vecchio) นักวิเคราะห์ชี้ว่าการเทขายนี้สมเหตุสมผล เนื่องจากนักลงทุนหันไปพึ่งพาสภาพคล่องของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แทนในช่วงเวลาที่เกิดความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนสูง
ผลกระทบจากราคาพลังงานและการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
นอกจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์แล้ว สกุลเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไปก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า สงครามที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานระดับโลกและผลักดันให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งนี้สร้างความกังวลว่าภาวะเงินเฟ้อจะบีบให้เฟดต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปนานกว่าที่คาด นักวิเคราะห์จาก BMO Capital Markets ปรับลดคาดการณ์ว่าเฟดอาจลดอัตราดอกเบี้ยเพียงสองครั้งในปีนี้ เริ่มต้นในเดือนกันยายน โดย แนวโน้มราคาทองคำ อาจถูกกดดันต่อไปหากราคาน้ำมันดิบยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อราคาสินค้าผู้บริโภคและทำให้เฟดไม่มีเหตุผลที่จะรีบผ่อนคลายนโยบายการเงิน
มุมมองระยะยาวของ ตลาดทองคำ และปัจจัยที่ต้องจับตา
แม้ความเสี่ยงในช่วงขาลงจะเพิ่มขึ้น แต่นักวิเคราะห์หลายรายยังคงเชื่อมั่นใน ตลาดทองคำ ระยะยาว โดยระบุว่านักลงทุนไม่ควรสับสนระหว่างการย่อตัวในระยะสั้นกับแนวโน้มขาขึ้นในระยะยาว โอเล ฮานเซน (Ole Hansen) จาก Saxo Bank และ โรเบิร์ต มินเตอร์ (Robert Minter) จาก abrdn มองว่าการใช้จ่ายที่ขาดดุลของรัฐบาล การขยายงบดุลของธนาคารกลาง ความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ จะยังคงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยหนุนความต้องการทองคำ นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้าตลาดยังต้องจับตาการประชุมของธนาคารกลางสำคัญอื่นๆ ทั้ง RBA, BoC, BoJ, SNB, BoE และ ECB รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ เช่น ดัชนี PPI และยอดขายบ้าน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทิศทางของ ราคาทองคำ ในระยะต่อไปอย่างแน่นอน








