ทิศทางราคาทองคำ ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
สัปดาห์นี้ ราคาทองคำ มีความผันผวนอย่างหนักโดยแกว่งตัวอยู่ในกรอบ $5,000 ถึง $5,240 ต่อออนซ์ โดยเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงเช้าวันอังคาร ก่อนที่จะค่อยๆ ปรับตัวลดลงยาวไปจนถึงบ่ายวันศุกร์ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกังวลว่าวิกฤตการณ์และสงครามในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง
มุมมองของนักวิเคราะห์ที่มีต่อ แนวโน้มทองคำ
จากผลสำรวจ Kitco News Weekly Gold Survey ล่าสุด พบว่านักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีทยังคงมีมุมมองที่แตกแยกและลังเลต่อทิศทางของ ราคาทองคำ ในระยะสั้น ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยยังคงมีมุมมองเชิงบวกเล็กน้อย แม้ว่าผลงานของทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะค่อนข้างซบเซาก็ตาม
Rich Checkan ประธานและ COO ของ Asset Strategies International คาดการณ์ว่า ราคาทองคำ อาจปรับตัวลดลงในระยะสั้น โดยระบุว่าสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ซึ่งคาดว่าจะมีการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม ตลาดอาจมองว่าข่าวนี้เป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะสั้น
ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อตลาดทองคำ
ทางด้าน Daniel Pavilonis นายหน้าค้าสินค้าโภคภัณฑ์อาวุโสจาก RJO Futures ชี้ให้เห็นว่า ราคาทองคำ และโลหะเงินยังคงเคลื่อนไหวตามทิศทางของตลาดหุ้น ซึ่งมีความสัมพันธ์แบบผกผันกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury yields) ตราบใดที่อัตราผลตอบแทนยังคงพุ่งสูงขึ้น อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ก็จะยิ่งสร้างแรงกดดันต่อตลาดโลหะมีค่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์แล้ว สัปดาห์หน้าปฏิทินเศรษฐกิจจะถูกครอบงำด้วยการประกาศอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลางสำคัญระดับโลกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐฯ ยุโรป อังกฤษ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา และสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงข้อมูลอัตราเงินเฟ้อผู้ผลิตและภาคอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐฯ ซึ่งนักลงทุนต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะข้อมูลเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อ แนวโน้มทองคำ ในอนาคต
ในแง่ของการวิเคราะห์ทางเทคนิค ระดับแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาของ ราคาทองคำ ยังคงอยู่ที่ $5,000 ต่อออนซ์ หากราคาร่วงหลุดระดับนี้ไปอาจเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนัก ขณะที่แนวต้านสำคัญในระยะสั้นยังคงอยู่ที่ระดับ $5,200 ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นจุดที่นักลงทุนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด








