เจาะลึกแนวโน้มราคาทองคำวันนี้ สู่โอกาสสร้างกำไรอย่างมหาศาลปี 2567

เจาะลึกแนวโน้มราคาทองคำวันนี้ สู่โอกาสสร้างกำไร

ในคำกล่าวที่ว่า “ไม่มีผู้ใดหยั่งรู้อนาคตได้แม้กระทั่งนักปราชญ์ที่ปราดเปรื่อง” รวมถึงเหล่านักลงทุนเช่นกัน แต่สินทรัพย์ที่เรียกว่าทองคำนี้ ถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมสูงจากนักลงทุนอย่างแพร่หลายและขึ้นชื่อว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหรือสินทรัพย์มั่นคง “ Safe Haven” เมื่อเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจหรือสงครามใดๆ ทองคำก็มักจะเป็นตัวเลือกแรกที่คนส่วนใหญ่ต่างซื้อเก็บไว้ ไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณ เพราะเป็นหลักประกันจับต้องได้ ทำให้ราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากแนวโน้มในปัจจุบันด้วยความต้องการที่มีมากขึ้น จึงทำให้เป็นที่น่าสนใจในการลงทุนสร้างกำไรในอนาคต

เหตุการณ์ที่กระทบต่อราคาทองคำในปี 2566 ที่ผ่านมา

ในเดือนเมษาที่ผ่านมา การขึ้นดอกเบี้ยทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง ส่งผลให้แห่ถอนเงินของผู้ฝากจำนวนมาก ราคาทองคำขึ้นไปทำจุดสูงสุดของเดือนที่ 2053 ดอลล่า และมีปรับขึ้นสูงจุดใหม่ในเดือนพฤษภาคมที่ 2082 ดอลล่า ก่อนเรื่องราวจะคลี่คลายกับราคาทองที่ปรับตัวลดลง

ในช่วงเดือนตุลาที่ผ่านมา ราคาทองคำแกว่งตัวลงทำจุดต่ำสุด 1811 ดอลล่า เมื่อเกิดเหตุการณ์สงครามตะวันออกเพิ่มความตึงเครียดมากขึ้นระหว่างอิสราเอลและฮามาส โดยเหตุการณ์มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ราคาทองคำกลับมายืนราคาเหนือ 2000 ดอลล่าอีกครั้ง  

ช่วงปลายปี การประชุม FOMC รอบต้นเดือนธันวาคม 2566 ได้มีการยุติการเพิ่มดอกเบี้ยและเผยแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยลดลง ส่งผลให้ราคาทองคำทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 2150 ดอลล่า ก่อนกลับมาแกว่งในกรอบ 1970 – 2090 ไปตลอดปี 2566 นับว่าเป็นการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ปัจจัยกระทบต่อราคาทองคำที่น่าจับตามองในปี 2567

ถึงแม้ว่าในปี 2566 ที่ผ่านมา แนวโน้มราคาทองจะถูกกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่ส่งผลต่อเงินสกุลดอลล่า ทำให้ราคาทองคำไม่สามารถปรับขึ้นได้เท่าที่ควร แต่ปัจจัยและการชะลอทางเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์ระหว่างประเทศที่ผ่านมาส่งผลให้ราคาทองวันนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าการปรับตัวขึ้นนี้อาจยาวนานถึงปี 2567 เลยทีเดียว ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนจับตามมองอย่างใกล้ชิด

1. ภาพรวมการเติบโตเศรษฐกิจในปี 2567 และความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น

Wold Gold Council ได้รายงานคาดเหตุการณ์แนวโน้มราคาทองคำในปี 2567 โดยมองความเป็นไปได้ 3 แนวทาง ซึ่งส่วนใหญ่ให้แนวโน้มราคาทองคำราคาสูงขึ้น นั่นคือการเกิด Soft Landing มีโอกาสเกิดขึ้น 45-65% และ Hard Landing ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้น 25-55% ทั้งสองทางนี้ล้วนสนับสนุนให้เกิดราคาทองวันนี้สูงขึ้นทั้งสิ้นจากความต้องการครอบครองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ส่วนความเป็นไปได้ที่สามคือ การเกิด No Landing หรือไม่เกิดการชะลอทางเศรษฐกิจนั้นไม่ส่งผลต่อทางลบให้กับราคาทองคำ แต่โอกาสเกิดมีเพียง 5-10% เท่านั้น

2. ภาพรวมทางภูมิรัฐศาสตร์และการเลือกตั้งใหญ่ในหลายประเทศ

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามด้วยเช่นกัน โดยความขัดแย้งทางทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดที่ผ่านมา คาดว่าจะดำเนินไปอย่างเข้มข้นและเกิดความผันผวนสูงในปี 2567 โดยเฉพาะความขัดแย้งในประเทศตะวันออกที่ผ่านมาอันมีประโยชน์แหล่งทรัพยากรสำคัญของโลก และมีประเทศมหาอำนาจหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้มีผลกระทบต่อราคาทองโดยตรง นอกจากนี้การเลือกตั้งครั้งใหญ่ในหลายประเทศส่งผลต่อความไม่แน่นอนของราคาด้วยเช่นกัน ทำให้ธนาคารกลางต่างๆ ต้องสำรองทองคำเพิ่มต่อไป

3. การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางในโลกและการลดอัตราดอกเบี้ยต่างๆ

การเพิ่มหรือลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางโดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐมีผลต่อราคาทองคำ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยมีผลต่ออค่าตอบแทนพันธบัตร ซึ่งเป็นสินทรัพย์รูปแบบหนึ่งลดลง หากอัตราดอกเบี้ยลดลงจะทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรลดลง ทำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการซื้อขายเพื่อป้องกันการขาดทุน และความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัยมีแนวโน้มที่จะย้ายไปยังสินทรัพย์อื่น เช่น ทองคำ จะทำให้แนวโน้มราคาทองคำสูงขึ้น ทั้งนี้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยน่าจับตามองสำหรับราคาทองในปี 2567 นี้

4. การอุปสงค์และอุปทานต่อทองคำ

สำหรับด้านอุปทานทองคำมีแนวโน้มคงที่จนกว่าพบแหล่งทองคำแห่งใหม่ในปริมาณจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาทองให้ปรับตัวลดลงได้ ในส่วนด้านอุปสงค์หรือความต้องการซื้อ ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำที่สุดคือทองคำสำรองโดยธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ โดยมีการเริ่มซื้อทองคำมากขึ้นในปี 2565 เป็นต้นมา ธนาคารกลางทั่วโลกเก็บทองคำสำรองไว้กว่า 1,000 ตัน และในปี 2566 ที่ผ่านมามีการเก็บเพิ่มอีก 798 ตัน ในปัจจุบันธนาคารทั่วโลกได้เก็บทองคำสำรองไว้อยู่ที่ 35,827.5 ตัน แล้วมีแนวโน้มไม่แน่นอนกับความตึงเครียดภูมิศาสตร์ ส่งผลให้ธนาคารกลางทั่วโลกยังเดินหน้าเก็บทองคำสำรองอย่างต่อเนื่องในปี 2567

สรุป

ในปัจจุบันทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนจำนวนมาก แม้ว่าสภาวะปกติหรือไม่เกิดวิกฤตใดๆ ก็ตาม แนวโน้มราคาทองคำมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณ ถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่แนะนำให้มีไว้ครอบครองไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน จนถึงปี 2567 ความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจกับความตึงเครียดภูมิศาสตร์ที่เริ่มทวีสูงขึ้น ทองคำจึงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่เหมาะสะสมหรือเก็บไว้ในอนาคตเพื่อสร้างกำไรอย่างมหาศาล ซึ่งนักลงทุนไม่ควรมองข้ามจากปัจจัยแนวโน้มราคาทองคำ ที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้  

Loading

Relate Post

XM Global Limited