อาชีพเทรดเดอร์ ไม่ว่าจะเป็นเทรดหุ้น เทรดทองคำ หรือสกุลเงินต่างๆ รวมถึงการเทรดคริปโต ในตลาด Forex เป็นอาชีพที่มีแน้วโน้มเติบโตมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นอาชีพที่สามารถหารายได้ ได้แบบไม่จำกัดหากมีความสามารถมากพอ สามารถหาเงินจากที่ไหนในโลกก็ได้ ขอแค่มีอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ ประกอบกับคนยุคใหม่นั้นไม่ชอบการถูกบังคับ ไม่ชอบกฏเกณฑ์ รักความเป็นอิสระ มีความคิดเป็นของตัวเอง อาชีพเทรดเดอร์นึงค่อนข้างจะตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่มากแต่การที่จะเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ หรือที่เรียกว่า Full Time Trader นั้นจะยากหรือง่ายแค่ไหน วันนี้เทรดไรเดอร์จะมาเล่าให้ฟัง
ก่อนอื่นต้องขออธิบายหลักการหารายได้จากอาชีพนี้กันก่อน การหารายได้จากอาชีพนี้ คือ การเก็งกำไรจากความเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ทั้งฝั่งขาขึ้นและฝั่งขาลง โดยการทำกำไรในฝั่งขาขึ้น หากคาดว่าราคามีแนวโน้มที่จะขึ้น เทรดเดอร์จะเปิดออเดอร์ Buy เพื่อทำกำไรจากความเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ในฝั่งขาขึ้น ส่วนการทำกำไรในฝั่งขาลง หากคาดว่าราคามีแนวโน้มที่จะลง เทรดเดอร์ก็จะเปิดออเดอร์ Sell เพื่อทำกำไรจากความเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ในฝั่งขาลง ซึ่งหากการคาดการณ์ของเทรดเดอร์ถูกทางก็จะได้กำไร กลับกันหากผิดทางก็จะขาดทุน
ทีนี้เรามาดูกันต่อว่า คนที่ออกจากงานมาประกอบอาชีพนี้เต็มตัวนั้นจะต้องเจออะไรบ้าง
จากประสบการณ์ส่วนตัวของแอดมิน ต้องบอกเลยว่า การที่จะลาออกมาเป็น Full Time เทรดเดอร์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการที่เราเทรดทำกำไรได้ในตอนที่เรายังมีอาชีพประจำ มีเงินเดือน หรือมีรายได้ทางอื่น ไม่ได้หมายความว่าเราจะออกจากงาน หรือทิ้งงานอื่นทั้งหมดแล้วมาหาเงินจากการเทรดได้เสมอไป เพราะการที่เราออกจากงานประจำมาเทรดอย่างเดียว นั่นหมายความว่าชีวิตเราจะต้องไปฝากอยู่กับผลกำไรจากการเทรดแบบ 100% หากเทรดได้กำไร ก็มีเงินใช้ แต่หากเทรดขาดทุนก็เงินไม่พอใช้
ซึ่งเราไม่มีทางเลยที่จะเทรดได้กำไรทุกวัน เพราะตลาดไม่ได้วิ่งหรือมีพฤติกรรมเหมือนเดิมทุกวัน ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือจะมีวันที่เรากำไร และมีวันที่เราขาดทุนสลับกันไปเสมอ บางช่วงที่ตลาดเป็นใจเราอาจจะได้กำไรติดต่อกันหลายวัน แต่ถ้าช่วงไหนที่มันแย่ เราก็จะขาดทุนติดต่อกันเช่นกัน
ทีนี้พอเราเทรดขาดทุนติดต่อกันมากๆ หรือผลกำไรในเดือนนั้นยังไม่ได้ตามเป้า รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ถ้าเราคุมอารมณ์ไม่ดีพอ เราก็จะมีความคิดอยากเอาคืนหรือต้องเร่งทำกำไรเพิ่มเพื่อให้เพียงพอกับรายจ่าย เมื่อมีความคิดแบบนี้เข้ามาในหัวเมื่อไหร่ก็จะทำให้เรายิ่งขาดทุนเพิ่มขึ้นไปอีก หลายๆท่านถึงกับไปหากู้ยืมเงินคนรอบตัวมาเพราะคิดว่าจะต้องเทรดเอาทุนคืน แต่จุดจบมักจะไม่สวย สุดท้ายคือได้เป็นหนี้เพิ่มขึ้นมาอีก
แอดมินจะมาเทียบให้เห็นชัดๆกันว่าเวลาเราขาดทุนแล้วต้องการแก้คืนมันยากยังไง
ตัวอย่าง
เรามีเงินทุนอยู่ 100$ เราอยากเทรดเอาเงินเพิ่มมา 50$ นั่นคือเราต้องทำกำไร 50% จากเงินทุน 100$ ของเรา
แต่หากเรามีเงินทุน 100$ แล้วเราเทรดขาดทุนไปเหลือ 50$ การที่เราจะเทรดจาก 50$ ที่เหลือกลับมาเป็น 100$ เหมือนเดิม หรือเรียกง่ายๆว่าเทรดตามทุน เราจะต้องทำกำไรให้ได้ 100% พอร์ตจึงจะกลับมาเป็น 100$ เหมือนเดิม
จะเห็นได้ว่าตัวเลขกำไรที่ต้องการคือ 50$ เท่ากัน แต่สถานการณ์ต่างกัน จึงทำให้ความยากนั้นต่างกัน ไม่นับรวมอารมณ์ของเราในตอนนั้นอีกที่เรามีความคิดว่าต้องเทรดเอาทุนคืนให้ได้ แน่นอนว่าถ้ามีอารมณ์เข้าไปเกี่ยวข้องเมื่อไหร่ การตัดสินใจที่ดีในการเทรดนั้นจะต้องลดลงแน่นอน
นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างปัญหาที่ต้องเจอจากตัวเราเองเพียงเท่านั้น ซึ่งเป็นปัญหาที่เราสามารถแก้ไขควบคุมมันได้ด้วยตัวเอง ก็ยังถือว่ายาก แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีปัญหาอื่นๆอีกมากมายพร้อมจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ซึ่งเป็นปัญหานอกเหนือความควบคุมของเรา อย่างเช่น เลือกโบรกเกอร์ไม่ดี เทรดได้แต่ถอนไม่ได้ หรือโบรกปิดตัวหอบเงินหนี แต่เราก็สามารถป้องกันได้ด้วยการเลือกโบรกเกอร์ที่ดีมีมาตรฐาน มีความปลอดภัย มีใบอนุญาต และโบรกเกอร์ XM ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดี ที่แอดมินอยากแนะนำ จากประสบการณ์ใช้โดยตรงแล้วจะต้องตอบโจทย์กับเทรดเดอร์หลายๆคนอย่างแน่นอน
ปัญหาถัดมาคือเรื่อง slippage ตอนที่มีข่าวแรง ทำให้เราขาดทุนเกินจำนวนที่เราวางแผนเอาใว้ ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในเดือนมกราคม ปี 2015 ที่ทาง SNB ประกาศลอยตัวราคาสกุลเงินฟรังค์สวิซ ที่เคยตรึงราคาใว้ที่ 1.2ฟรังค์/ยูโร
หลังจากที่ทาง SNB ประกาศลอยตัวค่าเงินออกมา ราคาก็วิ่งรวดเดียว 3,000 pip หรือ 30,000 จุด ในรอบนั้นมีโบรกเกอร์ระดับ top ของโลกปิดตัวล้มละลายกันไปหลายเจ้า รวมถึงเทรดเดอร์ที่ล้มละลายจนตัดสินใจจบชีวิตตัวเองก็มีเช่นกัน
นี่เป็นแค่ตัวอย่างเดียวเพียงเท่านั้นที่อยู่นอกเหนือจากการควบคุมของเรา แต่ความเป็นจริงแล้วยังมีเหตุการณ์คล้ายๆกันอื่นๆอีกที่แอดมินได้เจอมา หากเราเจอสถานการณ์คล้ายๆกันแบบนี้อีกแล้วทำให้พอร์ตเราแตกหมดตัว เราจะรับไหวไหม
ดังนั้นส่วนตัวแอดมินจึงอยากให้หลายๆท่านที่มีความคิดตัดสินใจจะลาออกจากงานประจำมาเป็น Full Time Trader ไตร่ตรอง หรือหาข้อมูลให้ดีๆ วางแผนให้ดีๆก่อน ว่าหากเราเจอสถานการณ์แบบนี้เราจะวางแผนแก้ไขอย่างไร แล้วเริ่มต้นด้วยการเทรดเป็นรายได้เสริมไปสักระยะใหญ่ๆเพื่อวัดผลระบบเทรดของเราก่อนว่ามีผลกำไรเฉลี่ยประมาณกี่ % ต่อเดือน หรือต่อปี แล้วควรต้องใช้เงินทุนในการเทรดเท่าไหร่ ผลกำไรที่ได้จึงจะเพียงพอต่อการเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ที่สำคัญต้องมีเงินสดที่เป็นทุนสำรองในกรณีฉุกเฉินด้วย