เริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับการเทรด Forex รีวิวการสอบกองทุน Forex "The Funded Trader Program"

  • 0 replies
  • 88 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ออฟไลน์ admin

  • *
  • 74,321
  • 2652
เริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับการเทรด Forex
รีวิวการสอบกองทุน Forex
"The Funded Trader Program"



การเทรด Forex ไม่ใช่เรื่องง่ายและยิ่งโดยเฉพาะเมื่อคุณเดินเข้าสู่วงการนี้ด้วยเงินทุนติดตัวอันน้อยนิด เพราะการสร้างรายได้จากผลกำไรที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์คงทำให้การยึดอาชีพเทรดเดอร์เต็มตัวคงเป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้นภายในอนาคตอันใกล้

การหานักลงทุนมาคอยสนับสนุนก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะคุณอาจจำเป็นจะต้องใช้ประวัติการเทรดอย่างน้อย 3 ปีเพื่อไปนำเสนอ ดังนั้นบัญชีกองทุนของ The Funded Trader (TFT) อาจจะเป็นทางออกสำหรับปัญหาเรื่องการสเกลอัปการเทรดของคุณ


ประวัติของ TFT

TFT เป็นบริษัท prop trading ที่เปิดตัวมาในช่วงกลางปี 2021 ด้วยข้อเสนอของโอกาสในการครอบครองเงินทุนสำหรับเทรดเดอร์ได้สูงสุดถึง $1,500,000 พร้อมกับส่วนแบ่งของผลกำไรในระดับที่มากสุดถึง 90%

บริษัทนี้ถูกก่อตั้งขึ้นโดย VVS Academy และ Forex League ซึ่งเป็น 2 ผู้เล่นที่ค่อนข้างทรงอิทธิพลในตลาด Forex จากการคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงการเรียนรู้สำหรับเทรดเดอร์มายาวนานหลายปี

TFT มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองลิเบอร์ตีฮิลล์ในรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ โดยที่พวกเขายังเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับ Eightcap และ Purple Trading Seychelles ในฐานะโบรกเกอร์หลักของบริษัท




การสอบกองทุนของ TFT

The Standard Challenge

TFT มีประเภทของกองทุนให้เลือกหลากหลายตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งเราจะเริ่มกันที่ประเภท “Standard” ที่มีความมาตรฐานสมชื่อ ด้วยการทดสอบ 2 ขั้นตอนในรูปแบบ “Challenge” และ “Verification” ที่ถูกพิสูจน์ว่าได้ผลลัพธ์ดีจาก FTMO ที่เป็นผู้ริเริ่ม

ในแพ็คเกจ Standard จะมีขนาดของบัญชีกองทุนตั้งแต่ $50,000 ไปจนถึง $400,000 ซึ่งอยู่ในช่วงที่สูงกว่าคู่แข่งหลายรายในตลาด โดยมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายระหว่าง $315 และ $1,898 ที่สามารถรับคืนได้หลังจากการสอบผ่าน

TFT ยังมีการแยกย่อยลักษณะของบัญชี Standard และไม่ว่าจะเป็นบัญชีที่มีขนาดวงเงินเท่าไรก็ตาม ต่างก็ใช้กฎระเบียบโดยรวมที่ไม่ต่างกัน โดยเทรดเดอร์จะสามารถใช้ leverage ในการเทรด Forex ได้สูงสุดถึงระดับ 1:200 และสามารถถือออเดอร์ได้แบบข้ามคืนหรือในช่วงวันหยุด รวมถึงการอนุญาตให้เทรดได้ในทุก ๆ สไตล์

คุณจะมีระยะเวลา 35 วันระหว่างการสอบในขั้นตอนที่ 1 ด้วยเวลาการเทรดขั้นต่ำที่ 5 วัน ซึ่งในระยะ Challenge นี้จะถูกกำหนดเป้าหมายของผลกำไรเอาไว้ที่ 10% ของเงินทุนเริ่มต้น โดยห้ามมียอดขาดทุนรวมเกินกว่า 12% และ 6% ต่อวัน จึงจะผ่านเข้าสู่การสอบในขั้นตอนที่ 2

ส่วนในขั้นตอนที่ 2 หรือระยะ Verification จะมีระยะเวลาให้ 60 วันด้วยเป้าของกำไรที่ 5% และยังคงยึดกฎของ Drawdown เอาไว้ที่ 12% และ 6% ของยอดรวมและต่อวันตามลำดับ ซึ่งในขั้นตอนนี้จะเป็นการทดสอบเพื่อยืนยันว่าที่คุณสอบผ่านรอบแรกมาได้ไม่ใช่เพราะเรื่องบังเอิญ

หลังจากผ่านการสอบทั้ง 2 ขั้นตอนมาได้ คุณก็จะได้รับบัญชีกองทุนที่ทำให้สามารถรับส่วนแบ่ง 80% จากการถอนเงินได้เดือนละครั้ง อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะได้รับการสเกลอัพขนาดบัญชีขึ้นอีก 25% จากยอดเริ่มต้นในทุก ๆ 3 เดือนโดยขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ในการเทรดของคุณ พร้อมกับคืนเงินค่าสมัครสอบกลับมาทั้งหมด




The Rapid Challenge

กองทุนประเภทนี้มีไฮไลต์อยู่ที่แนวทางในการสอบที่จะช่วยให้เทรดเดอร์ได้รับเงินทุนและเงินส่วนแบ่งก้อนแรกได้เร็วที่สุดตามชื่อของมัน แต่จะยังคงขั้นตอนของการสอบอยู่ที่ 2 ระยะเหมือนกับประเภท Standard

ภายในขั้นตอนแรกมีเป้าหมายของผลกำไรอยู่ที่ 8% เช่นเดียวกับยอดขาดทุนรวมที่ 8% ในขณะที่ยอดขาดทุนสูงสุดก็ลดลงเหลือ 5% ภายในระยะเวลาไม่เกิน 35 วัน แต่ไม่กำหนดระยะเวลาการเทรดขั้นต่ำ ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถเทรดให้ถึงเป้าหมายได้ภายในวันเดียว!

สำหรับขั้นตอนที่ 2 คุณจะต้องเทรดให้ได้ผลกำไรที่ 5% ตามเป้า ด้วย Max DD ที่ 12% และ Daily DD ที่ 5% ดังเดิม ในระยะนี้คุณสามารถใช้เวลาได้ถึง 60 วัน แต่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ก็มักจะพยายามผ่านขั้นตอนนี้ให้ได้ภายใน 1 ถึง 2 วันเท่านั้น!

หลังผ่านการสอบทั้ง 2 ขั้นตอนมาแล้ว คุณก็จะได้รับบัญชีกองทุนที่สามารถใช้เทรดจริงได้โดยไม่มีการกำหนดเป้าหมายอีกต่อไป สิ่งที่คุณต้องทำมีเพียงแค่รักษากฎของ DD เอาไว้อย่างเหนียวแน่น ในขณะที่การจ่ายเงินครั้งแรกจะอยู่ที่ 14 วันนับจากวันที่เปิดออเดอร์แรกและจะอยู่ในรอบทุก ๆ 2 สัปดาห์ในครั้งถัดไป

อย่างไรก็ตามแผนการสเกลอัปของบัญชีกองทุนประเภท Rapid จะขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ในการเทรดของคุณ โดยหากคุณทำกำไรได้ถึงเป้าหมาย 10% หรือมากกว่านั้นในหนึ่งรอบของการแบ่งผลกำไร คุณก็จะได้รับเงินทุนเพิ่มขึ้น 10% ในทุกครั้งที่มีการถอนเงินเป็นจำนวนมากกว่า 10% ของขนาดบัญชีเริ่มต้น




The Royal Challenge

สำหรับบัญชีประเภท Royal ทางบริษัทต้องการเฟ้นหาผู้ที่มีทักษะและความจริงจังในการเทรดโดยเฉพาะ โดยผู้ที่จะได้ครองครองบัญชีประเภทนี้ต้องแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมออย่างเต็มที่ตลอดช่วงเวลาของการทดสอบ 2 ระยะ

ในระยะแรกเทรดเดอร์ต้องสร้างผลกำไรให้ได้ตามเป้าหมายที่ 8% โดยรักษาระดับ DD สูงสุดที่ 10% และ 5% ต่อวัน ภายในระยะเวลาไม่เกิน 35 วันนับจากวันแรกที่เปิดออเดอร์ของบัญชีทดสอบ และต้องมีระยะเวลาของการเทรดอย่างน้อย 5 วันสำหรับการผ่านเข้าสู่ระยะที่ 2

ในระยะที่ 2 เป้าของผลกำไรจะขยับลงมาอยู่ที่ 5% ภายใต้ระดับของ DD ที่เท่ากับระยะแรก และสำหรับบัญชีประเภท Royal อัตราส่วน DD จะถูกคิดจากยอดบาลานซ์หรือ equity อย่างใดอย่างหนึ่งที่สูงกว่า ซึ่งในขั้นตอนนี้คุณจะมีเวลาในการสอบได้สูงสุด 60 วันและเวลาของการเทรดขั้นต่ำที่ 5 วัน

หลังผ่านการสอบทั้ง 2 ระยะคุณก็จะได้บัญชีกองทุนที่ไม่กำหนดเป้าของกำไร โดยแค่ปฏิบัติตามกฎของ DD ต่อไปเท่านั้น ในขณะที่บัญชี Royal ยังเป็นบัญชีประเภทเดียวของ TFT ที่อนุญาตให้ใช้ EA ในการเทรดได้

ส่วนแผนการสเกลอัป บัญชี Royal ต้องการยอดผลกำไรที่ 6% หรือมากกว่านั้นภายในระยะเวลา 3 เดือนและต้องมี 2 ใน 3 เดือนที่มีผลลัพธ์ของการเทรดในทิศทางบวก จึงจะได้รับการขยายเงินทุนเพิ่มขึ้นอีก 25% จากยอดบัญชีเริ่มต้น ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขเดียวกับบัญชี Standard




ฟีเจอร์อื่น ๆ

ฟีเจอร์หนึ่งที่เป็นไฮไลต์ของ TFT คือ Leaderboard ที่เอาไว้แสดงรายละเอียดของเทรดเดอร์ผู้ที่ทำกำไรได้สูงสุดของสัปดาห์และของเดือนที่ผ่านมา ซึ่งก็มีมุมที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ด้วยการเอาไว้เสร้างกำลังใจ หรือใช้เป็นเป้าหมายสำหรับเทรดเดอร์ที่มีความมุ่งมั่น

พวกเขายังมีพื้นที่สำหรับการพูดคุยและคอมเมนต์สำหรับเทรดเดอร์ไว้คอยแลกเปลี่ยนความเห็นและทัศนะเกี่ยวกับตลาด ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชุมชนสายนี้เพราะหลายครั้งเทรดเดอร์อาจรู้สึกโดดเด่นกับการก้าวเดินในอาชีพปัจจุบัน

บริษัทยังจัดการแข่งขันหาผู้ที่ทำกำไรจากการเทรดได้สูงสุดในแต่ละเดือนผ่านทางลิงค์ MyFxBook ของบัญชีเดโมในแต่ละเดือน ซึ่งจะมีรางวัลแจกทั้งหมด 20 รายการ โดยผู้ชนะรางวัลที่ 1 จะได้รับโอกาสในการสอบกองทุน Standard ขนาด $200,000 ฟรี

TFT ทำงานร่วมกับ Eightcap โบรกเกอร์ชื่อดังระดับโลกที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ASIC จากออสเตรเลีย และมีสำนักงานอยู่ในอีก 5 ประเทศทั่วโลก จึงทำให้ผู้ใช้งานทุกคนสามารถเทรดในสินทรัพย์ต่าง ๆ ทั้ง Forex, สินค้าโภคภัณฑ์, ดัชนี, หุ้น และคริปโทเคอร์เรนซีผ่านทางแพลตฟอร์ม MT4 และ MT5 ได้อย่างมั่นใจ

พวกเขายังอนุญาตให้เทรดเดอร์ใช้ leverage ในการเทรดได้สูงสุดถึง 1:200 ควบคู่ไปกับการถือออเดอร์ข้ามวันและเทรดในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และอย่างที่กล่าวมาพวกเขายังมีการแยกชนิดของบัญชีไว้สำหรับกลยุทธ์แบบ Swing Trade โดยเฉพาะอีกด้วย




สรุปภาพรวม

ข้อดี

•   มีประเภทและขนาดของบัญชีให้เลือกหลากหลาย
•   แผนการสเกลอัปบัญชีช่วยให้เทรดเดอร์ครอบครองเงินทุนได้สูงสุดถึง $1,500,000
•   ใช้ leverage ได้สูงสุดถึง 1:200
•   อัตราส่วนแบ่งผลกำไรสูงสุดที่ 90%
•   ให้เวลาในการสอบกองทุนระยะแรกนาน 35 วัน
•   มีกิจกรรมแข่งขันภายในเพื่อชิงรางวัล


ข้อเสีย

•   ยังมีข้อมูลและคอนเทนต์ด้านการเรียนรู้ค่อนข้างน้อย
•   ห้ามใช้ EA ในการเทรดสำหรับบัญชีส่วนใหญ่


Share Topic.

"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

Tags: