OPEC+ สามารถบรรลุข้อตกลงในการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันได้แล้ว! คิดว่าตลาดน้ำมันจะเป็นอย่างไรในอนาคต?

  • 0 replies
  • 35 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ออฟไลน์ ATFX2019

  • ***
  • 444
  • 1
ความผันผวนของตลาดน้ำมันในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมช่างแตกต่างจากขาขึ้นตลอดทั้งเดือนมิถุนายนอย่างแท้จริง ในตอนนั้นราคาน้ำมันดิบสามารถปรับตัวขึ้นมาตลอดจนกระทั่งสร้างจุดสูงสุดเอาไว้ที่ $77 ต่อบาร์เรล สูงที่สุดในรอบหกปี และหากพิจารณาขาขึ้นมาตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนที่แล้ว จะพบว่าตลาดน้ำมันได้ปรับตัวขึ้นมาแล้วทั้งสิ้น 50% ก่อนที่จะช็อกตลาดด้วยการปรับตัวลดลงไปวิ่งอยู่ต่ำกว่า $71 ต่อบาร์เรลภายในระยะเวลาอันสั้น

ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมคือกลุ่ม OPEC+ ไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันในช่วงครึ่งปีหลังที่เหลือได้ การเมืองภายในกลุ่มระหว่างซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ส่งผลให้การประชุมต้องเลื่อนออกไปถึงสองครั้ง โดยที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าจะเพิ่มหรือลดกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนสิงหาคม เมื่อตลาดเป็นกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาจึงตัดสินใจปิดคำสั่งซื้อขายเพื่อทำกำไร และรอดูท่าทีของกลุ่ม OPEC+ ไปก่อน

อันที่จริงแล้วจุดประสงค์ของการตั้งกลุ่ม OPEC หรือกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันขึ้นมาก็เพื่อให้ประเทศกลุ่มสมาชิกสามารถทำกำไรจากการส่งออกน้ำมันได้โดยที่ไม่ทำลายซัพพลายน้ำมันของโลกมาเกินไป (ลองนึกภาพว่าถ้ากลุ่มประเทศเหล่านี้ผลิตน้ำมันได้ตอบใจชอบ จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรา) ดังนั้นที่ผ่านมากลุ่ม OPEC และชาติพันธมิตร (OPEC+) จึงได้พยายามทำตัวเองเป็นเหมือนผู้รักษาสมดุลให้กับตลาดน้ำมัน และจะมีการประชุมหารือกันเดือนละครั้งเพื่อวางทิศทางการเพิ่มหรือลดกำลังการผลิตในเดือนถัดไป

อย่างไรก็ตามในวันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมามีข่าวว่าซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ จากรายงานของรอยเตอร์ระบุว่าซาอุดิอาระเบียยอมให้ UAE เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันจาก 3.168 ล้านบาร์เรลต่อวันในตอนนี้ขึ้นเป็น 3.65 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายนปี 2022  พร้อมสิทธิ์ที่อาจได้เพิ่มกำลังการผลิตอีกไปจนถึงสิ้นปี 2022 อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของ UAE ได้ออกมาบอกเมื่อวันพุธว่ายังมีรายละเอียดเกี่ยวกับ baseline การผลิตที่ยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งจะต้องหารือกันในการประชุมครั้งถัดไป แม้จะไม่ใช่ข่าวดีทั้งหมด แต่ก็เพียงพอที่จะส่งราคาน้ำมันให้ปรับตัวลดลงไป 3%

ในการประชุมครั้งถัดไปซึ่งจะมีขึ้นตอนต้นเดือนสิงหาคม หากว่ากลุ่ม OPEC+ เห็นพ้องต้องกันว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน โดยที่ปัจจัยอย่างเช่นซัพพลายเชนคอขวดยังไม่จบลงง่ายๆ จนกว่าจะถึงสิ้นปี 2021 เราอาจจะยังมีโอกาสได้เห็นราคาน้ำมันดิบสามารถขึ้นแตะ $80 ต่อบาร์เรล การตัดสินใจเช่นนี้แม้จะทำให้ตลาดน้ำมันปรับตัวลดลงในระยะสั้น แต่จะดีกับราคาน้ำมันในระยะยาวมากกว่า เพราะเมื่อเพิ่มกำลังการผลิตไปเรื่อยๆ สุดท้ายประเทศที่สามารถผลิตน้ำมันได้จะถูกบีบให้ลดกำลังการผลิตเอง ในวันที่โลกยังไม่สามารถกลับมาอยู่ในจุดก่อนวิกฤตโควิดระบาดได้

นอกจากนี้ประเทศมหาอำนาจที่ซื้อน้ำมันของ OPEC อยู่เป็นประจำอย่างสหรัฐอเมริกาก็ยังมีเทคโนโลยีที่สามารถผลิตน้ำมันใช้เอง รวมถึงมีน้ำมันคงคลังเพียงพอต่อความต้องการของคนในชาติ ข้อมูลจาก EIA ระบุว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังในรอบแปดสัปดาห์ล่าสุดปรับตัวลดลงติดต่อกัน ทำจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2020 แต่จุดที่น่าสนใจก็คือปริมาณน้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงกลับเพิ่มขึ้นได้ แม้จำนวนโรงกลั่นน้ำมันจะยังมีไม่สูงมากก็ตาม ส่วนเรื่องข้อตกลงสนธิสัญญานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านนั้นมีรายงานว่าการเจรจาจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงช่วงกลางเดือนสิงหาคม ดังนั้นกว่าที่อิหร่านจะได้กลับเข้าร่วมกลุ่ม OPEC เพื่อผลิตน้ำมันให้กับตลาดโลกก็ต้องรอไปอีก ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ขาขึ้นของราคาน้ำมันต้องชะลอตัวชั่วคราว

สำหรับนักลงทุนนั้น พวกเขาชินกับขาขึ้นในตลาดน้ำมันมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว ดังนั้นเมื่อเห็นการย่อตัวของราคาน้ำมัน จึงยิ่งทำให้เชื่อว่านี่คือจุดเข้าเพื่อขึ้นต่อ ในตลาดออปชัน มีนักลงทุนหลายคนแล้วที่เชื่อว่าราคาน้ำมันในปีนี้จะสามารถขึ้นแตะ $100 ต่อบาร์เรลได้ สามารถดูความเชื่อนี้ได้จากตัวเลขหนังสือสัญญาคำสั่งซื้อฝั่งขาขึ้นที่เพิ่มเข้ามาในทุกๆ วัน หากจะให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในตอนนี้ จำเป็นที่จะต้องได้ปัจจัยภายนอกมากระตุ้น มิเช่นนั้นขาขึ้นครั้งนี้จะค่อยๆ ดำเนินไปอย่างช้าๆ และจะชะลอตัวทุกครั้งที่เจอแนวต้านสำคัญก่อนแตะ $100 ต่อบาร์เรล

แม้ว่าความต้องการใช้น้ำมันจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป แต่อุปสงค์ทั่วโลกยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดโรคระบาด ส่วนใหญ่เป็นเพราะข้อจำกัดด้านการบินระหว่างประเทศยังคงมีอยู่ ซึ่งการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมีส่วนสำคัญต่อความต้องการน้ำมันดิบ การฟื้นตัวของน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน (ซึ่งคิดเป็นประมาณ 8% ของความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก) ยังคงเป็นข้อจำกัดที่สำคัญในห้องสำหรับการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน ตราบใดที่การระบาดยังไม่สามารถถูกกดให้เป็นเพียงโรคเฉพาะถิ่นได้ ความเป็นไปได้ที่ข้อจำกัดด้านพรมแดนจะได้รับการเปิดเสรีในวงกว้างก่อนสิ้นปีนี้ก็ยังมีน้อย

จากการวิเคราะห์ราคาน้ำมันทางเทคนิคจะเห็นว่าดราฟราคาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ได้ปรับตัวลดลงไปวิ่งต่ำกว่ากรอบราคาขาขึ้น ประกอบกับการที่ราคาลงไปวิ่งต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสามเส้น ($74 ต่อบาร์เรล) ยิ่งไม่เปิดโอกาสให้ราคาน้ำมันดิบสามารถวิ่งกลับขึ้นไปได้เลย หากกราฟหลุดแนวรับ $72 ต่อบาร์เรลลงมา แนวรับแรกที่จะต้องทดสอบคือ $71.66 และ $70.75 ตามลำดับ แต่ถ้าสัปดาห์นี้รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง มีโอกาสที่จะได้เห็นกราฟวิ่งขึ้นยืนเหนือ $73 ต่อบาร์เรล หรืออาจจะปรับตัวกลับขึ้นไปที่ $73.36 ก็เป็นได้



ติดตั้งบัญชี MT4 หรือบัญชีเงินสมมุติเพื่อเริ่มต้นเส้นทางนักลงทุนของคุณได้เลย!
เปิดบัญชีเทรดโบรกเกอร์ ATFX เปิดบัญชีได้ตามลิ้งนี้
https://login-gm.atfx.com/register
เปิดบัญชีทดลอง Demo คลิก
https://www.atfx.com/th/trading-accounts/demo-account
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม


Share Topic.


Tags:
 

เครื่องมือเทรด Forex

ข่าว Forex กราฟ Forex EURUSD GBPUSD GBPJPY ตารางข่าว Forex ร่วมงานกับเรา

เครื่องมือเทรดทองคำ

ราคาทอง วันนี้ ราคาทอง ย้อนหลัง SPDR ล่าสุด กราฟราคาทองคำ วิเคราะห์ ราคาทอง ข่าว ราคาทองคำ ข่าว ราคาน้ำมัน

โบรคเกอร์ Forex

XM Exness FBS Nordfx Land-FX Admiral Markets