เทรดเมื่อสถานะตลาด Overbought และ Oversold ให้ดีขึ้นอย่างไร

  • 0 replies
  • 107 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

เทรดเมื่อสถานะตลาด Overbought และ Oversold ให้ดีขึ้นอย่างไร

เรื่องสถานะของตลาดที่เป็นช่วง Overbought หรือ Oversold เป็นเรื่องได้ยินกันเป็นประจำเมื่อคุยเรื่องของการเทรดหลักการ Divergence ที่เป็นผลจากการวิเคราะห์ด้านเทคนิค หลักการก็จะดูการพัฒนาการของราคาและอินดิเคเตอร์ว่าเป็นไปทางเดียวกันหรือเปล่า ก็จะดู Market structure ที่เป็นรูป Swing highs/lows เป็นหลัก ถ้าทั้งสองอย่างขัดแย้งกันนั่นคือสัญญาณว่าจะมีการเปลี่ยนเทรนเกิดขึ้น เทรดเดอร์ก็จะใช้ข้อมูลนี้เพื่อเป็นการกำหนด trade setup ใหม่  แต่เรื่องของ Overbought/Oversold ก็ยังมีอีกมุมที่ต้องเข้าใจว่า ราคาก็มักจะวิ่งไปทางนั้นๆ ด้วย momentum ด้วย และไม่ได้เปลี่ยนเทรนเลยทันทีเลยทุกครั้ง หรืออาจไปต่อทางเทรนที่ทำมาแล้วก็ได้

Overbought/Oversold ภาพบนชาร์ตเป็นอย่างไร


มีอินดิเคเตอร์หลายตัวที่ช่วยกำหนด Overbought/Oversold ในที่นี้ใช้ RSI เป็นตัวอย่าง พื้นที่ที่เป็น Overbought คือตั้งแต่ 70 ขึ้นไป และถ้าเป็น Oversold คือตั้งแต่ 30 ลงไปตามภาพประกอบ ดูที่เลข 1 และ 2 จะเห็นว่า แม้ว่า RSI รายงาน Overbought/Oversold แต่ราคาไม่ได้ลงทันที อีกนานกว่าจะเปลี่ยนเทรน ดูที่เลข 1 ในรายละเอียดจะเห็นว่าพอราคาลงมาทำ Oversold แต่ราคาไม่ได้กลับเทรน แต่ดันกลับลงอีกตั้งอีกเยอะ หรือที่เลข 2 เมื่อ RSI บอกว่าสถานะตลาดเข้า Overbought แต่ราคาก็ขึ้นอีกตั้งเยอะ และที่สำคัญคือ เมื่อราคาอยู่ในสถานะ Oversold หรือ Overbought การเคลื่อนไหวกลับแรงขึ้นอีกด้วย ต่อมาอีกหลายแท่งเทียนกว่าจะเปลี่ยนเทรน การเปิดเทรดเลย แค่ดูราคาและ RSI อย่างเดียวก็มักจะเจอกับปัญหาแบบนี้ เราจำเป็นต้องมีวิธีอื่นช่วยในการกรองสัญญาณว่าเราจะหาความเป็นไปได้เพิ่มอย่างไรว่าเมื่อ RSI เข้าสู่โหมด Overbought/Oversold แล้วราคาจะไปต่ออย่างแรกหรือจะปลี่ยนเทรนไปเลย

เงื่อนไขการเทรด Overbought/Oversold

จากที่อธิบายมา แม้ว่า Overbought/Oversold จะให้สัญญาณเร็ว แต่มักจะเกิดความผิดพลาด หรือเป็น False signal ในการเทรดกลับเทรนได้ เลยจำต้องมีวิธีการอื่นเข้ามาประกอบเพื่อกรองหรือกำหนดเป็นแนวทางในวิเคราะห์ว่าจะเทรดไปทางไหน และเทรด Overbought/Oversold ได้ถูกที่หรือเป็น true signal ได้อย่างไร ด้วยตัวกรองดังต่อไปนี้

ระบุเทรนที่เป็นอยู่เป็นอย่างไร


การกำหนดเรื่องของเทรนเป็นเรื่องแรกและสำคัญเมื่อจะเปิดเทรด ว่าราคาเป็นไปทางไหน วิธีการง่ายสุดดูราคาสร้าง market structure ด้วยหลักการทำ swing highs/lows ต่อเนื่องกันอย่างไร เทรนขาขึ้นจะเห็นราคาทำ Higher High  ตามด้วย Higher Low ตามด้วย Higher High ต่อเนื่องกัน [Higher High->Higher Low->Higher High] ส่วนเทรนลงตรงกันข้าม Lower Low ตามด้วย Lower High ตามด้วย Lower Low [Lower Low->Lower High->Lower Low]  เราก็จะเทรดเมื่อเห็น RSI ที่รายงาน Overbought/Oversold ให้สัมพันธ์กับเทรน เช่นตัวอย่างภาพประกอบ เทรนเป็นขาขึ้น เราก็จะหาโอกาสเทรดไปทาง Buy เป็นหลัก เมื่อ RSI รายงาน Oversold ก็จะเป็นพื้นที่ที่จะเปิด Buy

หาพื้นที่แนวรับ-แนวต้านเพื่อดูว่าขาใหญ่เทรดตรงไหน




ต่อเนื่องจากการกำหนดเทรนเป็นและรู้ว่าเทรนไหนครองตลาดอยู่ในช่วง market structure นั้นๆ การหาพื้นที่แนวรับ-แนวต้านตามเทรนที่เกิดขึ้น ช่วยให้เรารู้ว่ามีร่องรอยการเปิดเทรดตรงไหน การหาแนวรับ-แนวต้านอาจเป็นวิธีการใช้เทรนไลน์ หรือหลักการ Support/Resistance หรือ Demand/Supply ก็ได้ เช่นอย่างภาพประกอบ หลังจากกำหรดเทรนได้ เราจะเห็นว่าก่อนที่ราคาเริ่มลงมาที่ทำให้ RSI รายงานสถานะตลาดเป็น Oversold ราคาได้สร้าง Support ขึ้นมา 2 พื้นที่ ดูที่ Support ด้านล่างจะเห็นว่าราคาได้เบรค Resistance ที่ตีกรอบสีแดงทางด้านช้ายขึ้นไป (ตรงนี้ราคาสามารถทำ New high ใหม่ได้เพราะราคาเบรคขึ้นไป)  และยังสามารถเบรคกรอบสีแดงด้านซ้ายข้างบนได้อีก แล้วยังขึ้นไปทำ Higher High ได้อีกด้วยและทำต่อเนื่องไป นี่คือการทำเทรนด้วยหลักการพัฒนา swing highs/lows ต่อเนื่องกัน พอราคาลงมา เราเห็นว่ามีความพยายามเบรคราคาขึ้นไปและสามารถทำได้ด้วยที่จุด Support ทั้ง 2 เราก็ดูว่าราคาและ RSI รายงานสถานะ Oversold ตรงไหน เมื่อเห็นตรงพื้นที่ Support และราคาเริ่มกลับขึ้นมาก็ให้เปิดเทรดตาม หรือได้เวลาเปิดเทรดตามหลักการของ RSI


Confluence หรือวิธีการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่เกิดขึ้นหรือส่งสัญญาณไปในทางเดียวกัน อาจเป็นอย่างอื่นก็ได้ เช่นอย่างพื้นที่เดียวกัน นอกจากเรื่องของเทรน เรื่องของ Support/Resistance แล้วเราก็มาใช้ Fibonacci Retracements ที่เป็นการเปิดเทรดการย่อตัวด้วยหลักตัวเลขนิยมของ Fibonacci ตามภาพประกอบราคาเริ่มเด้งกลับหลังจากที่ราคามาถึงจุดย่อตัว 61.8% ตามหลักของ Fibonacci  และสุดท้ายเป็น Round numbers หรือตัวเลขเชิงจิตวิทยาที่เทรดเดอร์นิยมมักใช้เป็นตัวอ้างอิงในการเข้าเทรด ดูที่ราคา 1700 จะเห็นว่าราคาโต้ตอบตรงพื้นที่นี้หลายรอบ ตัวเลขพวกนี้เลยกลายเป็นแนวรับ-แนวต้านที่น่าจับตามองไปด้วย 

หลักสำคัญของ Confluence คือยิ่งหลาย technical analysis บอก trading signal เป็นไปในทางเดียวกัน ยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้สูงขึ้น เลยช่วยกรองสัญญาณที่เกิดจาก Overbought/Oversold อีกขึ้นมาทันที

สุดท้ายใช้สัญญาณจาก Overbought/Oversold

เมื่อกำหนดเทรนเป็นว่าเทรนอะไรครองตลาดหรือ structure อยู่ ก็หาพื้นที่ประกอบด้วยหลักการ confluence และสุดท้ายต้องเห็น signal ที่เกิดพื้นที่ Overbought/Oversold ก็สามารถกำหนด trade setup ด้วยหลักการเมื่อเห็นสถานะตลาด Overbought/Oversold ได้ง่ายและมีความเป็นไปได้สูงเพราะตัวช่วยกรองสัญญาณด้วย

Share Topic.

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31, มีนาคม 2021, 09:02:56 PM โดย เทรดเดอร์สายเขียว »

traderider forex ไทย
Tags:
 

เครื่องมือเทรด Forex

ข่าว Forex กราฟ Forex EURUSD GBPUSD GBPJPY ตารางข่าว Forex ร่วมงานกับเรา

เครื่องมือเทรดทองคำ

ราคาทอง วันนี้ ราคาทอง ย้อนหลัง SPDR ล่าสุด กราฟราคาทองคำ วิเคราะห์ ราคาทอง ข่าว ราคาทองคำ ข่าว ราคาน้ำมัน

โบรคเกอร์ Forex

XM Exness FBS Nordfx Land-FX Admiral Markets