traderider forex ไทย
traderider forex ไทย

เทคนิคการเทรด Forex ด้วย Retracement หรือ reversal โดยใช้ volume ช่วย

  • 0 replies
  • 47 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

เทคนิคการเทรด Forex ด้วย Retracement หรือ reversal โดยใช้ volume ช่วย

ราคาไม่ได้วิ่งไปทางใดทางหนึ่งเป็นเส้นตรง แต่ราคาวิ่งไปย่อตัวแล้วไปต่อ หรือย่อตัวกลับมาเป็นการสวนเทรน วิ่งไปอีกทางแล้วย่อตัวแล้วไปต่อ หลักการเพราะออเดอร์ทำงานทำให้เกิดความไม่สมดุลย์ระหว่างออเดอร์ที่มาจาก sellers และ buyers เพราะออเดอร์ไม่ได้มาจากการเข้าเทรดอย่างเดียว แต่มาจากการออกเทรดด้วย การเข้าใจออเดอร์ทำงาน สามารถทำให้เราเข้าใจได้ว่าการที่ราคาวิ่งไปแล้วหยุดย่อตัวไม่ไปต่อทางที่ราคาทำเทรนมาหรือวิ่งสวนตามทางที่ราคาหยัดย่อตัวมากลายเป็น reversal หรือ retracement

จำนวนออเดอร์ที่เกินกัน ทำให้เกิดความไม่สมดุลย์ทำให้ราคาขึ้นหรือลง


ความไม่สมดุลย์กันระหว่างออเดอร์ ที่มาจาก sellers และ buyers  ที่จับคู่กัน ณ ราคาและเวลานั้นๆ ข้างที่มีจำนวน market orders มากและต่อเนื่อง จนทำให้จำนวนออเดอร์เกินกันที่ราคาเลยทำให้ตลาดวิ่งไปหาออเดอร์ที่ราคาต่อไป นั่นเลยเกิดความไม่สมดุลย์เลยทำให้ราคาขึ้นหรือลง อย่างในภาพประกอบ เรื่องออเดอร์ถ้าอธิบายด้วย Depth of Market จะเข้าใจง่าย ราคาจะขึ้นหรือจะลง จำนวน market order ที่เกิดขึ้น ณ ราคานั้นๆ ต้องมากกว่า limit orders ที่ราคานั้นๆ และต้องต่อเนื่องที่จะเกินตลอดด้วย ถ้าจำนวน market orders ไม่พอ limit orders ราคาก็จะหยุด  และถ้า market orders เปลี่ยนข้างไปมากกว่าทาง Limit orders ก็จะทำให้ราคากลับได้ง่าย จำนวนออเดอร์ที่เกิดเป็น trading transactions อาจดูได้ด้วย volume ที่เปิดเผยออกมา แต่ข้อเสียของ volume ในตลาดฟอเรกก็คือ เนื่องจากตลาดฟอเรกเป็นแบบ Decentralized Trading Server ข้อมูลที่มาแต่ละ Liquidity Providers ก็จะต่างกัน ต่างจากการเทรดพวก Futures หรือ Options ที่ตลาดพวกนั้นเป็น Centralized Trading Server ข้อมูลจะเป็นอันเดียวกันหมด เทรดเดอร์ที่เทรดพวกตลาดประเภทหลังนี้จะได้ข้อมูลเดียวกันหมด ถึงแม้ว่าเราไม่ได้จำนวน volume ที่แน่นอนสำหรับตลาดฟอเรก แต่ถ้าเข้าใจหลักการทำงานก็ใช้ได้เช่นกัน

Volume ช่วยกรอง retracement หรือ reversal ได้อย่างไร


ดู volume ที่เกิดขึ้นที่เลข 1 และ 2 ว่าเป็นอย่างไร ก่อนอื่นดูราคาจะเห็นว่าเป็น momentum เพราะบาร์ยาวๆ ไปทางเดียวกัน และราคาปิดทางนั้นๆ ด้วย พอมาดู volume ก็เป็นไปลักษณะเดียวกันคือ จำนวนมากขึ้น หรือดูที่ volume จะเห็นว่าสูงขึ้น อย่างที่ลูกศรตรงส่วน volume ที่บอกคือให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ trading transactions ที่เกิดขึ้น ดูกรอบที่เกิดขึ้นหลังจาก momentum ที่เกิดขึ้นที่เลข 1 และ 2 ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด นี่คือหลักการที่บอกว่าใช้ volume เป็นตัวกรองว่าราคาจะทำการย่อตัวหรือเปลี่ยนเทรน ดูที่เลข 2 จะเห็นชัดเจนว่า volume ที่เกิดช่วงในกรอบราคาอย่างไร จะเห็นว่า volume ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่พอจบราคาลงมา และจะเห็นว่า volume ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มาต่อเนื่องอีก ในขณะที่เลข 1 จะเห็นว่าตรง volume ตอนที่ราคาอยู่ในกรอบ ไม่ได้ลดลงแต่กลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พอราคาเบรคกรอบราคาขึ้นมาเป็น reversal หรือเปลี่ยนเทรน volume ก็เพิ่มขึ้นอีก เพราะมีการเข้าเทรด เมื่อเทียบกันระหว่างช่วงที่ราคาหยุด consolidation ทั้ง 2 สถานการณ์แม้ว่าจะนำหน้าด้วย momentum หรือ impulsive move เช่นกัน แต่แล้ว volume ที่เปิดเผยต่อเนื่องจากกันชัดเจน ช่วงที่ราคาต่อจาก momentum นี้คือการใช้ volume ประกอบเพื่อดูว่า การย่อตัวนั้นๆ จะเป็นการย่อตัว retracement แล้วไปต่อทางเทรนที่ทำมา หรือหยุดแล้วกลายมาเป็น reversal หรือสวนเทรน

อีกอย่างเมื่อเทียบกันระหว่างเรื่อง volume และการใช้ price action เข้าไปประกอบ price action จะเปิดเผยช้ากว่า เพราะต้องรอรูปแบบ price action ที่สำคัญประกอบเช่น pin bar หรือ engulfing bar แต่ถ้าใช้ volume เข้าไปประกอบ ก็จะเพิ่มความเป็นไปได้ที่เร็วกว่า price action มาระดับหนึ่ง เพราะ volume บอกเรื่องออเดอร์มากกว่า แม้ว่า volume ของตลาดฟอเรกเป็นแบบ decentralized trading server ก็ตาม แต่ก็ให้ภาพรวมที่เร็วกว่า

จะเทรด Retracement หรือ Reversal ให้ดู volume ประกอบ


เนื่องจากราคาไปทางใดทางหนึ่งเพราะขาใหญ่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะจำนวนออเดอร์ที่ขาใหญ่เข้าเทรดหรือจัดการออเดอร์ ดังนั้นหลักการเทรดที่นิยมกันคือการเทรดตามขาใหญ่เทรดหรือ momentum หรือ impulsive move หรือทางที่ทางให้เทรดหรือเทรน เมื่อราคาทำเทรนสิ่งที่เห็นคือราคาย่อตัวแล้วไปต่อ ส่วนประกอบสำคัญของเรื่องเทรนก็อยู่ที่ impulsive move อยู่ดี และราคาย่อตัวเป็นส่วนของ corrective move ดังนั้นเมื่อใช้ volume ประกอบโดยเฉพาะส่วนของ corrective move ก็จะทำให้เห็นชัดเจนขึ้นว่า ตรงนั้นจะเป็น corrective move หรือเป็นการสวนเทรนหรือ reversal กันแน่

ดังนั้นเมื่อเข้าใจหลักการใช้ volume ก็ช่วยให้วิเคราะห์ price structure ที่เกิดขึ้น พร้อมที่หนุนด้วย impulsive move ได้ง่ายมากขึ้น ก็จะช่วยให้เห็นความเป็นไปได้สูงมากขึ้น แต่ละ trade setup ที่สัมพันธ์กับข้อมูลพวกนี้ เช่นอย่างภาพด้านบน อย่างที่รู้กัน เรารู้ว่าขาใหญ่เทรดด้วยจำนวนมาก และมากพอที่จะดันราคาไปทางใดทางหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่ขาใหญ่ทำคือปกปิดไม่ให้รายย่อยรู้ว่าพวกเขาเข้าเทรด แต่การเข้าเทรดด้วย volume เยอะๆ อย่างที่เลข 1 บอกไม่สามารถปกปิดได้ ดังนั้นสิ่งที่ขาใหญ่ต้องทำต่อไปคือปั่นราคา ถ้าพวกเขาต้องการเข้าเทรดอีก เพราะออเดอร์ตรงข้ามไม่มากพอ สิ่งหนึ่งที่พอจะบอกได้ง่ายๆ เชิงจิตวิทยาคือ ขาใหญ่จะพยายามรักษาจุดที่พวกเขาเข้าเทรดไว้ มีการเทรดเพิ่มพื้นที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน สิ่งที่มักจะเห็นประจำคือ stop hunt จะเกิด ดูอย่างตอนที่ราคากลับลงมาหาพื้นที่เลข 2 ราคาได้เบรค low ลงมา 2 รอบ แทนที่จะขึ้นไปเลย เพราะขาใหญ่เทรดด้านล่างพวกเขาสามารถล่า stop เพื่อเข้าเทรดได้อีก เลยดันราคาลงมาทำ Head and Shoulders ตรงนั้นพอดี ดู volume ประกอบที่เลข 2 จะน้อยเพราะไม่ใช่มาจากการเข้าเทรด แต่พอราคาดันขึ้นไปหลังจากที่พวกเขาได้เข้าตลาด ราคากลับไปทำ Higher high จะทำเป็น Head and Shoulders ถ้าราคาย่อตัวลงมา ดูตรงที่เลข 3 ตรงส่วนที่เป็น HS Level หรือ right shoulder ในส่วนของ chart pattern แบบ Header and Shoulders ดู volume ที่เปิดเผยออกมา แม้ตามมาด้วยการย่อตัว ดู volume ประกอบ ท่านจะกล้าเปิด buy แถวนี้อีกด้วยตามหลักที่อธิบายมา แล้วดูที่เลข 4 อีก

นี่คือหลักการใช้ volume เพื่อช่วยในการเข้าเทรดว่าจะเทรด reversal หรือ retracement ให้สัมพันธ์กับ price structure ที่ขาใหญ่ทำอะไรเอาไว้แล้วหาพื้นที่เพื่อกำหนด trade setup อย่างที่ยกตัวอย่างประกอบ








Share Topic.

Follow Me.

แจ้งขอรับ EA Fibo Swing Traderider ได้ที่นี่ฮะhttps://traderider.com/index.php/topic,8582.msg174841.html#msg174841

traderider forex ไทย
traderider forex ไทย
traderider forex ไทย
Tags:
 

ข่าวสารฟอเร็กซ์

forexstartup.net icafeforex.com Busforex.com รีวิว forex broker เทรดทองคำ forex Gold Blog

โบรคเกอร์แนะนำ

exness.com xm.com fbs.com nordfx.com Bithoven.com