ผู้เขียน หัวข้อ: ระบบเทรด โดยใช้ INDICATOR STOCHASTIC OSCILLATOR ( STO )  (อ่าน 1104 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

P_Jeap

  • เม่าใหม่ ใจเกินร้อย

  • ออฟไลน์
  • *
  • 40
  • ความมีน้ำใจ
    5
« เมื่อ: 24, กรกฎาคม 2017, 08:59:06 pm »


Share on your facebook
ระบบเทรด โดยใช้ INDICATOR STOCHASTIC OSCILLATOR ( STO )




          STOCHASTIC เป็น INDICATOR ที่บอก MOMENTUM โดยแสดงให้เห็นถึงการเปรียบเทียบว่าราคาปิดในช่วงเวลาที่สนใจนั้นสูงหรือต่ำ STOCHASTIC นั้นไม่ได้เป็น INDICATOR ที่เคลื่อนไหวตามแนวโน้ม, ราคา หรือ ปริมาณการซื้อหรือการขาย อย่างใด อย่างหนึ่ง แต่ STOCHASTIC นั้นเคลื่อนไหวตาม MOMENTUM ของราคา จากคำกล่าวที่ว่า “ การเปลี่ยนทิศทางของ MOMENTUM จะเกิดขึ้นก่อน การเปลี่ยนทิศทางของ ราคา ” 


          ประเด็นจะบอกแค่ MOMENTUM เกิดก่อน ราคา จึงทำให้ นักเทรดส่วนใหญ่ ชอบใช้ INDICATOR STOCHASTIC โดยนิยมรอให้เกิด จังหวะ OVERBOUGHT / OVERSOLD เพื่อหาจังหวะการกลับตัวของราคา ช่วงดังกล่าวเป็น ช่วงที่นิยมเข้าออเดอร์ กัน

         การตั้งค่า

         - ให้นักเทรด เลือก INDICATOR STOCHASTIC OSCILLATOR ( STO )         
         - STOCHASTIC OSCILLATOR ใช้ค่า DEFAULT




         - เส้น MOVING AVERAGE  ใช้ค่า PERIOD : 55    MA METHOD : EXPONENTIAL (EMA)

                 
                  ** เส้น EMA เป็นการบอกเทรนไปในตัว ถ้ากราฟอยู่เหนือเส้น EMA แปลได้ว่า UP TREND ถ้าอยู่ใต้เส้น EMA แปลได้ว่า DOWN TREND  ดังนั้น กรณีที่ กราฟอยู่เหนือหรือใต้เส้น EMA แล้ว RSI บอกสัญญาณ ไม่สอดคล้องกับ EMA ให้นักเทรด สามารถออกไม้ ORDER ได้ ในระยะสั้น ๆ

         วิธีเข้าเทรด แบบที่ หนึ่ง
 
         - ให้มองไปที่ STO เพื่อมองหา สัญญาณ OVERBOUGHT หรือ OVERSOLD




         - โดย STO จะวิ่งช่วงLEVEL ระหว่าง 0 – 100 ถ้าเส้นค่าเฉลี่ยมาอยู่ ช่วงบริเวณ 80% เป็นสัญญาณ OVERBOUGHT หมายถึงมีภาวะซื้อมากเกินไป และมีแนวโน้มว่าจะมีการกลับตัวสูง นักเทรดส่วนใหญ่จะเตรียมเปิด ORDER SELL กันส่วนใหญ่ แต่ถ้าอยู่ที่ช่วง 20% คือ OVERSOLD หมายถึงมีภาวะขายมากเกินไป นักเทรดมักเตรียมเปิด ORDER BUY

         ให้คิดตาม        ถ้า OVERBOUGHT    เปิด    SELL
                             ถ้า OVERSOLD    เปิด   BUY

         - เมื่อหาเจอแล้ว ให้รอ เส้นทึบ ( เส้นสีฟ้า ) ตัด เส้นประ ( สีแดง )
         - เมื่อเห็นเส้นทึบตัดเส้นประแล้ว ให้เปิด ORDER ที่ราคาเปิดที่แท่งถัดไป




         - จากภาพ จะเห็นว่า เมื่อเส้นทึบตัดเส้นประลงมาแล้ว ที่ช่วงบริเวณ  80% ช่วง OVERBOUGHT  เป็นสัญญาณว่าให้เรา SELL
         - โดยให้เรา เปิด ORDER SELL ที่ราคาเปิดของแท่งถัดไป
         - จากภาพนี้ จะเห็นว่า กราฟราคาอยู่เหนือเส้น EMA ดังนั้นเราจะไม่ SELL นานนัก




         - อีกหนึ่งตัวอย่าง ในภาพเราจะเห็น STO ช่วงบริเวณ 20% OVERSOLD เป็นสัญญาณให้เรา BUY
         - สังเกตเห็นว่า กราฟอยู่เหนือเส้น EMA เราสามารถปล่อยให้ PROFIT RUN ไปได้ยาว ๆ จนกว่า เส้น STO จะไปถึงช่วง 80% ซึ่งหมายความว่าจะเริ่มมีการกลับตัวอีกครั้ง ให้เราปิด ORDER BUY

         วิธีเข้าเทรด แบบที่ สอง

         - ให้มองที่เส้น EMA ( ในตอนแรกก่อนกราฟเกิด เราจะไม่รู้ว่า กราฟจะเป็นSIDEWAY TREND หรือไม่  ให้สังเกตดังนี้  โดยปรกติ เวลาที่กราฟวิ่งเป็นเทรนมา ไม่ว่าจะ UP TREND หรือ DOWN TREND เมื่อวิ่งมาแล้ว มักจะเป็น SIDEWAY TREND ต่อ เปรียบเสมือน การวิ่งสักพัก แล้วเหนื่อย เลยใช้การเดินแทน การวิ่ง ) ช่วง SIDEWAY TREND คือช่วงที่เรามองหา สำหรับการเทรด แบบนี้
         - เมื่อหาเจอแล้ว ให้เราขีดเส้น แนวรับ แนวต้าน โดยดูจากแท่งเทียนในอดีต ตีให้เป็น กรอบ CHANNEL ไว้
         - แล้วจึง มองหา สัญญาณ OVERBOUGHT หรือ OVERSOLD
         - และ รอให้เส้นทึบ ตัด เส้นประ ให้เราเข้าเทรดตาม สัญญาณ STO
         - วิธีเข้าเทรด แบบที่ สอง นี้ เราจะเก็บสั้น ๆ เพราะว่า เราเล่นในกรอบแนวรับ ข แนวต้าน ที่เราตีกรอบไว้เท่านั้น




         นำไปทดลองใช้ และหาจุดที่เหมาะสม กับตัวเราให้มาก ฝึกบ่อย ๆ เพราะจริง ๆ แล้ว ระบบเทรด FOREX มีมากมาย เป็นจำนวนมาก ทั้งของที่เป็นคนไทย ทั้งของที่เป็นคนต่างประเทศ ทั้งของเทพ FOREX (หลายองค์)  ทั้งของอาจารย์  ทั้งของโค้ช หลาย ๆ ท่าน บางระบบแจกฟรีไม่มีเงื่อนไข  บางระบบแจกฟรีมีเงื่อนไข อาจต้องต่อ IB ของคนที่แจก บางระบบต้องเสียเงินซื้อ จะแปลกหน่อยก็ตรงที่ ระบบเทรดที่เสียเงินซื้อ หลาย ๆ ครั้งมักเป็นระบบ เบสิค ธรรมดา ( ในที่นี้ … ไม่ได้เหมารวม ระบบเทรดทั้งหมดที่เสียเงินซื้อ เพราะบางระบบที่เสียเงินซื้อ ก็ ดีมาก ๆ ) ดังนั้น ก่อนการซื้อระบบเทรด ลองศึกษา และ หาให้ทั่ว ๆ ก่อน เพราะเคยมีคนซื้อมาแล้วค่อยไปพบว่า เป็นระบบที่แจกฟรี ใน FORUM ต่างประเทศ อยู่บ่อย ๆ

         ทุกระบบเทรด มีข้อดี ข้อด้อย แตกต่างกันไป บ้างก็ดีสำหรับตอนเป็นเทรน  บ้างก็ดีตอนเป็นไซด์เวย์ บ้างก็ดีเฉพาะในบางคู่เงิน หรือ เฉพาะในบาง TIME FRAME หรือ อาจจะด้อย ตอนเจอข่าว อาจจะด้อยตอนเป็นเทรน สลับกันไป

         จุดสำคัญจริง ๆ ของการสร้างหรือเอาไปใช้ ของระบบเทรด ต่าง ๆ ก็คือ การเข้าใจในระบบนั้น ๆ ก่อนนำไปใช้จริง  เป็นเรื่องย้ำ ที่ขอให้นักเทรดมือใหม่ทุกท่าน ทดสอบด้วยตัวเองจนมั่นใจก่อนการนำไปใช้จริง ทดสอบด้วยการ BACK TEST หรือ ออก ORDER เงินจริง พอร์ตจริง แต่ขอให้เป็น บัญชี MICRO และ ออก LOT ต่ำ ๆ เพื่อให้เข้าใจระบบก่อน เพราะโดยปรกติ นักเทรดมือใหม่ มักจะไปเอาระบบเทพ ระบบฟรีมาใช้ก่อนเสมอ และ ระบบเทพ ต่าง ๆ มักจะไม่ได้ให้รายละเอียดอย่างครบถ้วน เช่น ไม่ได้บอกไว้ว่า เจาะจงใช้กับ คู่เงินไหน หรือ ใช้ใน TIME FRAME ไหน หรืออาจบอกแต่ไม่ละเอียด บางระบบบอกว่า เป็นการเทรดสั้น เทพอาจทำให้ดูว่า เทรดสั้นแค่นี้ ได้กำไรแล้ว แต่พอนักเทรดมือใหม่ทำตามทำไมยังติดลบอยู่ แต่เทพปิดกำไรไปแล้ว เป็นเพราะว่า เทพ ( ท่านนั้น ๆ ) ใช้ บัญชี ZERO คือไม่มีค่า SPRED ( มีเงื่อนไขบางอย่างแทนการเสียค่า SPRED ) แต่ นักเทรดมือใหม่จะไม่รู้ เทพก็ไม่บอก และมือใหม่ก็เทรดตามเทพ เพราะเชื่อว่า เทพนำทาง ยังไงก็ต้องกำไรแน่ ๆ แต่ทำไมเทพ บวกแล้วแต่เรายังติดลบอยู่ แล้วจู่ ๆ เทพก็ปิด ORDER เพราะเทพ บวกแล้ว แต่เราโดนค่า SPRED ทำให้ไม่สามารถปิด ทำกำไรได้เหมือน เทพ ^^ ( ทำไงดี !! เทพตัดช่องน้อยแต่พอตัวไปแล้ว )

 xc8*   xc8*   xc8*   xc8*




Advertisement

 

ข่าวสารฟอเร็กซ์

forex factory daliyfx investing netdania bloomberg

เว็บไซต์เพื่อนบ้าน

forexstartup.net

บทเรียนพื้นฐาน

forex grade 1 forex grade 2 forex grade 3 forex grade 4 forex grade 5 forex grade 6 forex grade 7 forex grade 8

โบรคเกอร์แนะนำ

exness xm fbs fxprimus tickmill fxpremax fxpro nordfx GKFXPRIME