ผู้เขียน หัวข้อ: มาตรฐานทองคำและเงินก้อน  (อ่าน 464 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

OnTheBeach

  • นายกอง เม่าไรเดอร์

  • ออฟไลน์
  • **
  • 262
  • ความมีน้ำใจ
    4
« เมื่อ: 09, มีนาคม 2017, 12:01:39 am »


Share on your facebook


มาตรฐานทองคำและเงินก้อน

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะได้ยินคำว่ามาตรฐานทองคำและเงินก้อนที่อ้างอิงไปถึงการถกเถียงอภิปรายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางเศรษฐกิจ แต่คำเหล่านี้แท้จริงแล้วหมายถึงอะไร? ในบทความนี้ เราจะเริ่มต้นด้วยการพูดถึงความหมายของคำศัพท์เหล่านี้ในระดับกว้างและแนวความคิด จากนั้นเราจะตรวจสอบว่ามาตรฐานทองคำได้ถูกแทนที่ด้วยระบบเงินก้อน ที่เรามีอยู่ในปัจจุบันเป็นอย่างไร

ระบบทองคำกับระบบเงินก้อน

ตามชื่อหัวข้อบทความที่ได้เป็นเหมือนการแนะนำเนื้อหาทั้งหมดไว้แล้ว คำว่ามาตรฐานทองคำหมายถึงระบบการเงินที่มีมูลค่าของสกุลเงินอยู่บนพื้นฐานของมูลค่าทองคำ ในทางตรงกันข้าม เป็นระบบการเงินที่มีมูลค่าของสกุลเงินไม่ขึ้นอยู่กับสินค้าทางกายภาพใด ๆ แต่แทนที่จะได้รับอนุญาตให้ผันผวนเปลี่ยนแปลงไปมาได้แบบไดนามิกเหมือนกันกับสกุลเงินอื่น ๆ ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ คำว่า "fiat" อ่านว่า เฟียต แปลว่า ดุ สั่ง มีที่มาจากภาษาลาติน (Latin) คำว่า fieri ซึ่งหมายความถึงการกระทำหรือสั่งโดยพลการ เพื่อให้มีความหมายที่สอดคล้องไปกับสาขานิรุกติศาสตร์ ค่าของสกุลเงิน fiat นี้จะขึ้นอยู่กับความจริงที่ว่าพวกมันถูกกำหนดให้ซื้อขายได้ตามกฎหมายของคำสั่งของรัฐบาล

ในทศวรรษที่ผ่านมาก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง การค้าระหว่างประเทศได้มีการดำเนินการที่อยู่บนพื้นฐานของสิ่งที่เป็นที่รู้จักกันดี ในฐานะมาตรฐานทองคำคลาสสิก ในระบบนี้ การค้าระหว่างประเทศถูกตัดสินโดยใช้ทองคำจริงของประเทศที่มีการค้าเกินดุลสะสมของทองคำที่เป็นเงินสำหรับการส่งออกของตน ในทางตรงกันข้าม ประเทศที่มีการขาดดุลการค้าก็ได้ผลกำไรลดลง กลายเป็นทองไหลออกจากประเทศเหล่านั้นซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการนำเข้าของพวกเขา

จุดจบของยุคทอง

ในช่วงระหว่าง สงครามโลกครั้งที่ 1 (WWI) และสงครามโลกครั้งที่ 2 (WWII) ปัจจัยต่าง ๆ ที่มาบรรจบพบกันหลายอย่างทำให้มาตรฐานทองคำเป็นแบบคลาสสิค อันที่จริง โดยช่วงทศวรรษที่ 1930 มีระบบนี้แล้วแต่ระบบนี้ได้หายตัวไปทั้งหมด ในเดือนกรกฎาคม 1944 มีการการออกกฎหมายข้อตกลงโดยมีกการประกาศใช้ข้อตกลงระบบเบรตตันวูดส์ในระหว่างการประชุมการเงินและการเงินของสหประชาชาติส่งผลให้ระบบการเงินใหม่ซึ่งได้มีการยกทองคำให้เป็นศูนย์กลางของระบบดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในระบบเบรตตันวูดส์ สกุลเงินของประเทศทั้งหมดมีมูลค่าเทียบเท่ากับดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งกลายเป็นสกุลเงินสำรองที่โดดเด่น เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในทางกลับกัน สามารถแปลงเป็นทองคำได้ในอัตราคงที่ที่มูลค่า 35 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ระบบการเงินโลกยังคงมีการดำเนินการโดยใช้มาตรฐานทองคำต่อไป แม้ว่าจะมีลักษณะเป็นปในทางอ้อมมากกว่า



ความสูงของราคาทองคำในระบบการเงินโลกลดลงไปอีกครั้งในปี 1970 ในเดือนสิงหาคม 1971 ประธานาธิบดีริชาร์ดนิกสันได้ตัดการแปลงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ให้เป็นไปโดยใช้ทองคำโดยตรง ด้วยการตัดสินใจครั้งนี้ ตลาดเงินตราต่างประเทศ ซึ่งขึ้นอยู่กับดอลลาร์สหรัฐฯ นับตั้งแต่มีการลงนามในข้อตกลงระบบเบรตตันวูดส์การ ทำให้เป็นการสูญเสียการเชื่อมโยงอย่างเป็นทางการของมูลค่าทองคำกับเงินมูลค่าดอลลาร์สหรัฐฯ และในส่วนที่ขยายออกไปของระบบการเงินโลกที่มีความยั่งยืนและเข้าสู่ยุคของเงินก้อนที่ได้รับผลกระทบอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อได้เข้าสู่ยุคของเงินก้อนที่ใช้กันอยู่อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

มีการถกเถียงอภิปรายอย่างต่อเนื่อง

ในวันนี้ ไม่มีสักประเทศเดียวในโลกที่ดำเนินการสกุลเงินของตนบนพื้นฐานของมาตรฐานทองคำ อย่างไรก็ตาม คำถามเกี่ยวกับความเป็นธรรมของมาตรฐานทองคำและระบบการเงินเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงอภิปรายกันอยู่อย่างต่อเนื่อง

ผู้เสนอมาตรฐานทองคำมักอ้างว่าได้สนับสนุนให้รัฐบาลต่างๆ ปฏิบัติตนในลักษณะที่มีความรับผิดชอบทางการเงิน ป้องกันไม่ให้พวกเขาลดค่าสกุลเงินของพวกเขามากเกินไปผ่านการพิมพ์เงินออกมาใหม่ การถกเถียงอภิปรายนี้ขึ้นอยู่กับสมมติฐานที่ว่ารัฐบาลที่ดำเนินงานภายใต้มาตรฐานทองคำต้องมั่นใจว่าพวกเขามีปริมาณทองคำสำรองทางกายภาพที่เพียงพอ ทั้งนี้เป็นไปเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการชำระเงินระหว่างประเทศและเพื่อให้สอดคล้องกับการแปลงสกุลเงินเป็นทองคำ

ระบบเงินก้อนและการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ในทางตรงกลับกัน หนึ่งในข้อโต้แย้งที่พบมากที่สุดประการหนึ่งเกี่ยวกับมาตรฐานทองคำคือการจำกัดความสามารถของรัฐบาลในการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือซึมเศร้าหดหู่ จากมุมมองนี้ เป็นที่พึงปรารถนาสำหรับรัฐบาลในการพิมพ์เงินในช่วงเวลาแห่งการข่มขู่ทางเศรษฐกิจเพื่อช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนในลักษณะของมาตรฐานทองคำ ซึ่งผู้เสนอมักอ้างเป็นจุดแข็งได้ และยังสามารถอ้างเป็นจุดอ่อนได้

สิ่งสำคัญที่สุดคือ

ถึงแม้ว่ามาตรฐานทองคำจะมีอยู่เมื่อไม่นานมานี้ในปี 1971 กองแต่เงินทุนการเงินระหว่างประเทศได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางรากฐานของสกุลเงินมาตั้งแต่ช่วงที่มีการพักตัวเพื่อรากฐานของสกุลเงินก้อน เนื่องจากการได้รับการยอมรับในปัจจุบันของระบบเงินก้อน ดูเหมือนว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ว่าเราจะได้เห็นการฟื้นตัวของมาตรฐานทองคำในอนาคตอันใกล้นี้ อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าความซับซ้อนของการพัฒนาไปในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นเกินกว่าความสามารถของมนุษย์ในการคาดการณ์ให้ถูกต้องแม่นยำได้ ดังนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้ เราสามารถคาดการณ์ความเป็นไปได้ว่าจะเขียนบทในอนาคตของประวัติศาสตร์ทางเศรษฐกิจได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานทองคำที่เป็นของที่ระลึกในอดีตหรือมีความเกี่ยวข้องใด ๆ อีกครั้งยังคงที่จะได้เห็นกันต่อไป



ที่มา เจสัน เฟอร์นันโด investopedia.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09, มีนาคม 2017, 01:28:20 am โดย OnTheBeach »

Advertisement

 

ข่าวสารฟอเร็กซ์

forex factory daliyfx investing netdania bloomberg

เว็บไซต์เพื่อนบ้าน

forexstartup.net

บทเรียนพื้นฐาน

forex grade 1 forex grade 2 forex grade 3 forex grade 4 forex grade 5 forex grade 6 forex grade 7 forex grade 8

โบรคเกอร์แนะนำ

exness xm fbs fxprimus tickmill fxpremax fxpro nordfx GKFXPRIME