กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

(ซีรีส์คัมภีร์กราฟเปล่า EP.4): Supply & Demand Zones ต่างจากแนวรับแนวต้านปกติยังไง? บ่อทองคำที่สถาบั

  • 0 replies
  • 13 views
*

CASE Forex

  • 21,678
(ซีรีส์คัมภีร์กราฟเปล่า EP.4): Supply & Demand Zones ต่างจากแนวรับแนวต้านปกติยังไง? บ่อทองคำที่สถาบันดักรอเชือดเม่า! 🛒🏢⚖️


สวัสดีครับพี่ๆ น้องๆ ชาว Traderider ทุกท่าน! ยินดีต้อนรับกลับเข้าสู่การเดินทางใน "ซีรีส์คัมภีร์กราฟเปล่า (Price Action & Dow Theory)" ตอนที่ 4 ครับ! 🚀


ใน EP.3 ที่ผ่านมา เราได้เจาะลึกเรื่องการตีเส้น Trendline และชำแหละพฤติกรรมการ "เบรกหลอก (Fakeout)" กันไปแล้ว แอดมินเชื่อว่าตอนนี้ทุกคนน่าจะระมัดระวังตัวในการเทรดจังหวะทะลุกรอบกันมากขึ้น และไม่ตกเป็นเหยื่อของรายใหญ่ง่ายๆ อีกต่อไป


แต่ก่อนที่เราจะไปต่อ แอดมินขอตั้งคำถามกระตุกต่อมคิดพี่ๆ น้องๆ สักนิดนึงครับ...


"เคยสังเกตหน้าจอกราฟตัวเองไหมครับว่า บางครั้งเราตีเส้นแนวรับไว้อย่างสวยงาม กะว่าลงมาแตะปุ๊บจะกด Buy ปั๊บ... แต่กราฟมันลงมา 'ไม่ถึง' เส้นของเรา ขาดไปแค่ไม่กี่จุด แล้วมันก็กลับตัวพุ่งทะยานขึ้นไปทำกำไรเฉยเลย ปล่อยให้เราตกรถแบบงงๆ! หรือในทางกลับกัน บางทีกราฟก็รูดทะลุเส้นแนวรับเราไปแบบหน้าตาเฉย เหมือนเส้นนั้นเป็นแค่อากาศธาตุ! ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ครับ!?" 😭


แอดมินขอพูดความจริงอย่างตรงไปตรงมา (Brutally Honest) เลยนะครับว่า... สาเหตุที่แท้จริงก็คือ สถาบันการเงินหรือรายใหญ่ เขาไม่ได้สนใจ "เส้น" ที่รายย่อยตีกันหรอกครับ!


สิ่งที่พวกเขาสนใจและใช้เป็นจุดเข้าเทรดจริงๆ คือ "พื้นที่" ที่มีการตกค้างของคำสั่งซื้อขายจำนวนมหาศาลต่างหาก! พื้นที่นั้นเราเรียกกันว่า Supply & Demand Zones ครับ!


วันนี้ แอดมินจะพาทุกคนก้าวข้ามขีดจำกัดของการเทรด กราฟเปล่า forex แบบเดิมๆ ไปทำความรู้จักกับโซนต้นน้ำ ที่จะทำให้คุณได้จุดเข้าที่คมกริบระดับสไนเปอร์ครับ!




1. แนวรับแนวต้าน (S/R) VS ซัพพลายดีมานด์ (S&D) ต่างกันยังไง? 🥊⚖️


หลายคนที่เพิ่งเข้ามาศึกษา อาจจะสับสนและมีคำถามว่า demand zone supply zone คืออะไร แล้วมันต่างจากแนวรับแนวต้าน (Support/Resistance) ตรงไหน? แอดมินขออธิบายให้เห็นภาพชัดๆ แบบนี้ครับ:


👉 แนวรับแนวต้าน (S/R): "อดีตที่ทุกคนมองเห็น"
แนวรับแนวต้าน คือพื้นที่หรือจุดที่ราคา "เคย" วิ่งไปสัมผัสแล้วเกิดการกลับตัวในอดีต (ชนแล้วร่วง ชนแล้วเด้ง) ยิ่งสัมผัสบ่อย ยอดนั้น/ฐานนั้นก็จะยิ่งชัดเจน
ปัญหาคือ... พอมันชัดเจนมากๆ ใครๆ ก็เห็น! เม่าทั่วโลกก็เห็น! มันจึงกลายเป็นเป้าสายตาที่รายย่อยเอากองเงิน (Stop Loss) ไปวางรวมกัน และมักจะถูกรายใหญ่ลากกราฟมากวาดทำลายทิ้งอย่างง่ายดายครับ


👉 Supply & Demand (S&D): "ต้นกำเนิดของความไม่สมดุล"
ในขณะที่ Supply demand คือ ร่องรอยของ "จุดกำเนิด" ที่สถาบันการเงิน (Smart Money) อัดฉีดเม็ดเงินมหาศาลเข้ามาในตลาด จนทำให้เกิด "ความไม่สมดุล (Imbalance)" อย่างรุนแรงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย!


อธิบายด้วยหลักเศรษฐศาสตร์ในชีวิตจริงครับ:
สมมติว่ามี iPhone รุ่นลิมิเต็ด ผลิตมาแค่ 10 เครื่อง (Supply น้อย) แต่มีคนอยากได้ 10,000 คน (Demand ล้นหลาม)
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนจะแย่งกันซื้อจนราคา "พุ่งทะยาน" ขึ้นไปอย่างรุนแรงและรวดเร็ว!


จุดเริ่มต้นก่อนที่ราคา iPhone จะพุ่งปรี๊ดขึ้นไปนั้นแหละครับ คือ Demand Zone (โซนแรงซื้อ) ซึ่งในตลาด Forex มันคือจุดที่รายใหญ่อัดออเดอร์ Buy เข้าไปมหาศาลจนแมตช์ออเดอร์ไม่ทัน ทำให้มี "ออเดอร์ตกค้าง (Unfilled Orders)" ซ่อนอยู่ที่ฐานนั้นครับ!


ในทางกลับกัน ถ้ามีของล้นตลาดแต่ไม่มีใครอยากได้ พ่อค้าก็ต้องเทขายลดราคาหนีตาย กราฟก็จะดิ่งพสุธา จุดกำเนิดของการทิ้งดิ่งนั้นก็คือ Supply Zone (โซนแรงขาย) นั่นเองครับ!



2. โครงสร้าง 4 รูปแบบของ S&D Zones (สูตรหาไข่แดง) 📦🔍


ทีนี้ เราจะ หาโซนเทรด เหล่านี้บนหน้าจอกราฟได้ยังไง? โครงสร้างของ SD zone มีทั้งหมด 4 รูปแบบหลักๆ ครับ ซึ่งวิธีจำก็ง่ายแสนง่าย แอดมินแบ่งเป็น 2 กลุ่มให้ครับ:


กลุ่มที่ 1: โซนกลับตัว (Reversal Zones) - มักเกิดที่ปลายเทรนด์


1. Rally-Base-Drop (RBD): ขึ้น-พัก-ทุบลง (Supply ชั้นดี)
กราฟวิ่งขึ้นมาอย่างสวยงาม (Rally) แล้วเริ่มชะลอความเร็ว วิ่งออกข้างสร้างฐานเล็กๆ (Base) จู่ๆ ก็มีแรงเทขายมหาศาลทุบกราฟให้ร่วงดิ่งลงมาเป็นแท่งแดงยาวๆ (Drop)
วิธีใช้: ให้เราตีกรอบคลุมบริเวณ "Base (ฐานพักตัว)" เอาไว้ครับ เพราะนี่คือ Supply Zone! เมื่อราคาย้อนกลับขึ้นมาแตะกรอบนี้อีกครั้ง ให้เราดักกด Sell!


2. Drop-Base-Rally (DBR): ลง-พัก-พุ่งขึ้น (Demand ชั้นดี)
กราฟโดนเทขายร่วงลงมา (Drop) แล้วหยุดพักเหนื่อย สร้างฐานเล็กๆ (Base) ก่อนที่รายใหญ่จะอัดเงินเข้าซื้อ ดันกราฟพุ่งทะยานขึ้นเป็นแท่งเขียวหนาๆ (Rally)
วิธีใช้: ตีกรอบคลุมช่วง "Base" เอาไว้ครับ นี่คือ Demand Zone! เมื่อราคาย่อตัวกลับลงมาแตะโซนนี้ ให้เราดักกด Buy ได้เลย!


กลุ่มที่ 2: โซนไปต่อตามเทรนด์ (Continuation Zones) - มักเกิดกลางเทรนด์


3. Drop-Base-Drop (DBD): ลง-พัก-ลงต่อ (Supply ตามเทรนด์)
กราฟเป็นขาลงอยู่แล้ว (Drop) แล้วหยุดพักเหนื่อยแวบเดียว (Base) ก่อนจะโดนทุบลงไปต่ออย่างรุนแรง (Drop)
วิธีใช้: ตีกรอบตรง Base กลางทางเอาไว้ ถ้าราคากระเด้งกลับขึ้นมาหาโซนนี้ มันคือจุดให้เรา Sell ตามน้ำครับ!


4. Rally-Base-Rally (RBR): ขึ้น-พัก-ขึ้นต่อ (Demand ตามเทรนด์)
กราฟกำลังพุ่งขึ้น (Rally) แวะพักสร้างฐานเล็กๆ กลางทาง (Base) แล้วระเบิดพลังพุ่งขึ้นไปอีกรอบ (Rally)
วิธีใช้: ตีกรอบที่ Base กลางทาง เมื่อราคาย่อกลับลงมาพักที่โซนนี้ มันคือจุดเข้า Buy ที่สวยงามมากครับ!


💡 เคล็ดลับการหา "Base" (ไข่แดงของโซน):
หลายคนตีโซนกว้างเกินไปจน Stop Loss ลึก แอดมินแนะนำให้โฟกัสที่ "แท่งเทียนพักตัว" ครับ มันมักจะเป็นแท่งเทียนเล็กๆ (Small Body) หรือแท่ง Doji ที่เกิด "ก่อน" ที่กราฟจะพุ่งแรงเป็นแท่งยาวๆ (Momentum Candle) ให้ตีกรอบคลุมแท่งเล็กๆ นั้นแหละครับ คือไข่แดงที่มีออเดอร์ตกค้างอยู่!




3. กฎเหล็กในการเทรด S&D Zone: ความสดใหม่คือหัวใจ! ❤️�🔥


มาถึงส่วนที่สำคัญที่สุด ที่จะแยก "มืออาชีพ" ออกจาก "มือสมัครเล่น" ครับ!


ในวิชาแนวรับแนวต้าน (S/R) แบบเก่า ตำรามักจะสอนพวกเราว่า "ยิ่งกราฟชนแนวรับบ่อยเท่าไหร่ เส้นนั้นยิ่งแข็งแกร่งเท่านั้น!"


แต่สำหรับวิชาซัพพลายดีมานด์... กฎนี้ต้องถูกโยนทิ้งลงถังขยะไปเลยครับ!


เพราะในโลกความเป็นจริง โซน S&D มันคือ "กองเงิน (Pending Orders)" ที่ตกค้างอยู่ครับ
ให้คุณนึกภาพว่า โซน Demand มีออเดอร์ Buy ของสถาบันตั้งรอไว้ 10,000 ล้านดอลลาร์
- กราฟร่วงลงมาชนครั้งที่ 1 (First Touch): ออเดอร์ถูกแมตช์ไป 6,000 ล้านดอลลาร์... กราฟเด้งพุ่งปรี๊ด! (นี่คือจุดที่เราต้องเข้าเทรด!)
- กราฟร่วงลงมาชนครั้งที่ 2: ออเดอร์ถูกแมตช์ไปอีก 3,000 ล้านดอลลาร์... กราฟเด้งนิดหน่อย อืดๆ
- กราฟร่วงลงมาชนครั้งที่ 3: ออเดอร์ Buy เหลือแค่ 1,000 ล้านดอลลาร์... กราฟเด้งไม่ขึ้นแล้วครับ เพราะเงินหมด!
- กราฟร่วงลงมาชนครั้งที่ 4: ออเดอร์เกลี้ยงโซนแล้ว! กราฟจะ ทะลุพรวดพังทลายลงไปอย่างราบคาบ!


บทสรุปกฎเหล็ก: โซน S&D ที่แข็งแกร่งและแม่นยำที่สุด คือ "โซนที่เพิ่งเกิดใหม่และยังไม่เคยถูกทดสอบ (Fresh Zone) หรือเพิ่งถูกทดสอบแค่ครั้งแรก (First Touch)" เท่านั้นครับ! ยิ่งกราฟกลับมาเทสต์โซนนี้บ่อยเท่าไหร่ โซนยิ่ง "อ่อนแอ" ลงเท่านั้น! ใครไปฝืนเทรดโซนที่ช้ำแล้ว พอร์ตพังแน่นอนครับขอบอก!


บทสรุปส่งท้าย 📝


พี่ๆ น้องๆ ชาว Traderider ครับ การเปลี่ยนมุมมองจากแค่ "เส้นแนวรับแนวต้าน" มาเป็นการมองหา "Supply & Demand Zones" จะช่วยยกระดับการเทรดของคุณขึ้นไปอีกมิติเลยครับ!


เพราะคุณจะไม่ได้เข้าเทรดตอนที่กราฟวิ่งไปไกลแล้ว แต่คุณจะได้ดักรอที่ "จุดต้นน้ำ" ที่รายใหญ่เพิ่งเริ่มผลักดันราคา ทำให้คุณมีจุด Stop Loss ที่แคบมากๆ แต่มีระยะ Take Profit (ทำกำไร) ที่กว้างสุดๆ หรือที่เรียกว่ามี Risk/Reward Ratio ที่ยอดเยี่ยมนั่นเองครับ!


🔥 Teaser... EP.หน้าเตรียมพบกับ "ไกปืน" (ซีรีส์คัมภีร์กราฟเปล่า EP.5) 🔥


ตอนนี้เรารู้แล้วว่าต้องหาโซน Supply หรือ Demand ตรงไหน... แต่คำถามที่หลายคนกลัวก็คือ "แอดมินครับ พอกราฟมันวิ่งลงมาถึง Demand Zone ของผมแล้ว ผมจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าสถาบันการเงินเขาเอาเงินเข้าซื้อจริงๆ? ถ้าผมตั้ง Buy Limit ไว้แล้วมันทะลุเลยล่ะครับ!?"


ความกลัวนี้จะหมดไป! ในสัปดาห์หน้า เราจะมาเรียนรู้วิธี "รอคอนเฟิร์ม" สัญญาณซื้อขายภายในโซน S&D ด้วยการจับสัญญาณจาก "หางยาวๆ" ของแท่งเทียน!
เตรียมพบกับ ซีรีส์คัมภีร์กราฟเปล่า EP.5: Rejection Candlestick (Pin Bar) แท่งเทียนปฏิเสธราคา ไกปืนสังหารของเทรดเดอร์มือโปร! ห้ามพลาดเด็ดขาดนะครับ!


💬 ระหว่างการตี 'แนวรับแนวต้านแบบเส้น (S/R)' กับการหากรอบ 'ซัพพลายดีมานด์แบบโซน (S&D)' เพื่อนๆ ใน Traderider ถนัดหรือชอบใช้แบบไหนมากกว่ากันครับ? หรือใครเคยโดนกราฟทะลุโซนเพราะไปเทรดในโซนที่ช้ำ (ไม่ Fresh) บ้าง? มาแชร์เทคนิคส่วนตัวกันหน่อยครับ แอดมินรออ่านอยู่! 👇
"ที่บอกว่าเทรดไม่ได้ ท่าเทรดที่เลือกเก็บสถิติถึง 1000 ครั้งหรือยัง?"

 

XM Global Limited