กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

🚨🔔วิเคราะห์ราคาทองคำ GOLD จันทร์ 7 กรกฎาคม 2568 Set up นี้พี่จะพาทุบไปต่ำกว่า 3300🔔🚨

ทองคำ/GOLD

ประจำวันที่ 7 กรกฎาคม 2568

Signal SELL LIMIT
Price 3320
TP 1 = RR 1:1 3305
TP 2 = RR 1:2 3290
TP 3 = RR 1:3 3275
SL 3335
XM Global

🔰High เฉลี่ย 5 Days = 3370 🔰

  • ✅ Resistance 1 : 3345.68
  • ✅ Resistance 2 : 3356.34
  • ✅ Resistance 3 : 3367.68

🔰Daily Pivot = 3334.34

🎯Fibo 50 Day = 3334

  • 🔴 Support 1 : 3323.68
  • 🔴 Support 2 : 3312.34
  • 🔴 Support 3 : 3301.68

⛔Low เฉลี่ย 5 Days = 3296 ⛔

ทองคำ/GOLD

ประจำวันที่ 7 กรกฎาคม 2568

XM Global
Signal Price TP 1 TP 2 SL
SELL LIMIT 3320 3305 3290 3335

วิเคราะห์ ราคาทองคำ

🔴 🔔สวัสดีเช้าวันจันทร์ ครับผม สำหรับ วันศุกร์ แอดมินพัก ไปนะครับหลังเนื่องจากวันชาติ อเมริกา ซึ่ง volume จะเบาบาง มากครับทำให้กราฟไม่ค่อยวิ่งและ ตลาดก็ปิดก่อนเที่ยงคืน ของ วันศุกร์ด้วย แต่ดูภาพรวมแล้วก็ถือว่าวิ่งนะครับเพราะจาก high low ของกราฟแล้ว ถือว่าวิ่ง ไปกว่า 2000 pips gold เลย ทีเดียวประกอบกับ เป็น สัปดาห์ที่แอดมิน เรียกได้ว่า Stop loss รัวๆ เลยทีเดียวครับ เลยพักสักวัน แนวโน้มกราฟตอนนี้เรียกได้ว่า เทมาแต่เช้าเลยทีเดียวนะครับ ถ้าดูจาก Set up ที่เกิดขึ้นก็เป็น Set up ของ ขาลงครับและมีแนวโน้มที่จะ ปรับตัวลงไปได้อีกส่วนแอดมิน มีกด มาจาก High บ้าง ครับเพราะ Set up มันได้ ดังนั้น ภาพรวมของวันนี้แอดมินมองไป แนวโน้มขาลงที่จะไปต่ำกว่า 3300 และน่าจะยืนต่ำกว่า ราคานี้ได้ครับ ภาพรวมของราคาทองคำวันนี้ เป็นดังนี้ครับ 

1️⃣ วิเคราะห์แนวโน้ม (Trend Analysis)

 

  • Time Frame D1 (Daily): 🔴 Downtrend (แนวโน้มขาลง)

    • เหตุผล: โครงสร้างยังคงเป็นขาลงอย่างชัดเจน การสร้าง Lower Low (LL) ใหม่เป็นการยืนยันความแข็งแกร่งของเทรนด์

  • Time Frame H4 (4 ชั่วโมง): 🔴 Downtrend (แนวโน้มขาลง)

    • เหตุผล: เทรนด์ขาลงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ราคาได้ Breakout ออกจากกรอบพักตัวลงมา

  • Time Frame H1 (1 ชั่วโมง): 🔴 Downtrend (แนวโน้มขาลง)

    • เหตุผล: ราคาได้ทำลายฐานของกรอบพักตัว (Consolidation) และสร้าง LL ใหม่ เป็นการยืนยันการสานต่อเทรนด์ขาลงอย่างไม่มีข้อกังขา

  • Time Frame M30 / M15 (30 นาที / 15 นาที): 🔴 Downtrend (แนวโน้มขาลง)

    • เหตุผล: โมเมนตัมล่าสุดคือการดิ่งลงอย่างรุนแรง และตอนนี้กำลังมีการย่อตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อทดสอบแนวต้าน


 

2️⃣ ระบุแนวรับ-แนวต้านสำคัญ (Key Support & Resistance Levels)

 

  • Resistance (แนวต้าน):

    • $3315 - $3320: แนวต้านที่สำคัญที่สุดในวันนี้! เป็นโซนฐานของกรอบพักตัวล่าสุดที่เพิ่งถูกทำลายลงมา (S/R Flip Zone)

    • $3340: แนวต้านระดับรอง ซึ่งเป็นขอบบนของกรอบพักตัวเดิม

  • Support (แนวรับ):

    • $3305: จุดต่ำสุดล่าสุด เป็นแนวรับแรกที่ต้องจับตา

    • $3300: แนวรับทางจิตวิทยา (Round Number)

    • $3290: แนวรับถัดไป ซึ่งเคยเป็นแนวรับใหญ่ระดับ Day


 

3️⃣ สรุปภาพรวมแนวโน้ม (Overall Trend Summary)

ภาพรวมตลาดคือ "การกลับมาของเทรนด์หมีอย่างเต็มกำลัง" หลังจากที่ได้พักตัวสะสมแรงในช่วงสั้นๆ ตอนนี้ทุก Timeframe ได้กลับมาเรียงตัวในทิศทางขาลงอีกครั้ง เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าแรงขายยังคงควบคุมตลาดโดยสมบูรณ์

จุดสำคัญทางเทคนิค (SMC/ICT):

  1. Continuation Break of Structure (BOS): การที่ราคาหลุดกรอบพักตัวลงมา เป็นการยืนยันการไปต่อของเทรนด์ขาลง

  2. Fresh Supply / S&R Flip Zone at $3315-$3320: นี่คือ POI (Point of Interest) ที่สดใหม่และน่าเชื่อถือที่สุด สำหรับการหาจังหวะเข้า Sell ในวันนี้ เพราะเป็นแนวที่เพิ่งถูกทำลายและมีโอกาสสูงที่ราคาจะกลับมาทดสอบ

  3. Sell-Side Liquidity: เป้าหมายถัดไปของตลาดคือสภาพคล่องที่อยู่ใต้ Low ล่าสุดที่ $3305 และเป้าหมายใหญ่อย่าง $3300


 

4️⃣ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของแต่ละ Time Frame (Multi-Timeframe Relationship)

 

PERFECT BEARISH ALIGNMENT! สภาวะที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับการเทรดตามเทรนด์ได้กลับมาอีกครั้ง! ทุก Timeframe ตั้งแต่ D1, H4, H1, M30, M15 ชี้ไปในทิศทาง "ลง" ทั้งหมด ทำให้การเทรดในฝั่ง Sell มีความได้เปรียบและมีความมั่นใจสูงมาก

🔰High เฉลี่ย 5 Days = 3370 🔰

  • ✅ Resistance 1: 3345.68
  • ✅ Resistance 2: 3356.34
  • ✅ Resistance 3: 3367.68

🔰 Daily Pivot = 3334.34

🎯 Fibo 50 Day = 3334

  • 🔴 Support 1: 3323.68
  • 🔴 Support 2: 3312.34
  • 🔴 Support 3: 3301.68

⛔ Low เฉลี่ย 5 Days = 3296 ⛔

🔴 🔔 แผนเทรดทองคำ วันนี้เกิดจาก setup ตั้งแต่ ข่าว Nonfarm นะครับ 

      โดย แอดมินมองไปที่ H1 หลังจากข่าว Nonfarm เกิด Choc ขาลงจากนั้น แอดมิน รอให้เกิดการกลับตัวมา ที่ choc อีกครั้ง คือ หลังจากเกิด choc แล้วจะเกิดแนวโน้มขาลง จากนั้น แอดมิน กาง fibo high low ล่าสุด ที่เกิด choc ขาลงนะครับแล้ว รอเข้าที่ แนว Fibo 50 ขึ้นไป โดยแนวที่แอดมินเข้านั้น คือ fibo 50 กับ Fibo 38.2 และราคาทองคำ มีการไปเก็บ FVG ตรงแนวนั้นด้วย ครับ ดังนั้นจะเห็นว่า เช้านี้ ราคาได้เทแรงมาจากแนวนั้น และเป้าหมาย ถ้าวิเคราะห์ตาม set up แล้วจะ ลงไปได้ถึง

เป้าหมาย fibo 138.8 (3290) 

ถ้าแบบ แรงหน่อยก็ Fibo 161.8 (3278)

ถ้าแบบ สุด Setup เลยก็ Fibo 200 (3257) ครับ 

ในกราฟตอนนี้จะเห็นว่าราคา ลงไป Low 3306 แต่เช้าแล้ว ดังนั้น จุดเข้า ตามสูตร แบบ Trend follower ถ้ากราฟกลับมาอีกทีจะได้เข้าทีช่วง 3320-3325 ครับ ถ้า Stop loss ทางเทคนิคจริงๆ ต้อง 3345 ขึ้นไปครับแต่ แอดมินมองว่า ถ้าหลุด 3335 ขึ้นไปก็มี โอกาสกลับตัวขึ้นแล้วครับ 

ดังนั้นถ้าจะเข้ารอกราฟกลับมารับช่วงแนวต้านจะได้เปรียบมากกว่าครับ 


✅ SPDR GOLD Share Update ✅


✅ 🔔 กองทุน SPDR ไม่มีการซื้อขาย

รายงานการถือครองทองคำแท่งของกองทุน SPDR Gold Share 5 กรกฎาคม 2568
ทองคำแท่งรวมในคลัง SPDR ล่าสุด 947.66 ตัน
กรกฎาคม 2568: -7.16 ตัน
ปี 2568: 75.14 ตัน


✅ SPDR GOLD Share Update ✅


🚨🔔วิเคราะห์ราคาทองคำ GOLD จันทร์ 7 กรกฎาคม 2568 Set up นี้พี่จะพาทุบไปต่ำกว่า 3300🔔🚨

  • 33 replies
  • 8,411 views
*

admin

  • 86,010
สรุปข่าวร้อน: ทรัมป์เดินหน้าขึ้นภาษี! จับตาทองคำพุ่งทะยาน!


วอชิงตัน ดี.ซี. – (7 ก.ค. 2568) สถานการณ์การค้าโลกทวีความตึงเครียดขึ้นถึงขีดสุด เมื่อรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศกร้าวเดินหน้าแผนปรับขึ้นภาษีศุลกากร โดยกำหนด เส้นตายการเจรจาในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย

ล่าสุด มีรายงานว่าสหรัฐฯ เตรียมส่งจดหมายแจ้งอัตราภาษีใหม่แบบ "รับหรือไม่รับ" (take it or leave it) ไปยังอย่างน้อย 12 ประเทศ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคม 2568

ประเทศใดบ้างที่อยู่ในข่ายได้รับผลกระทบ?

นโยบายภาษีของทรัมป์พุ่งเป้าไปที่ประเทศที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าจำนวนมาก:
  • กลุ่มประเทศ BRICS และพันธมิตร: เสี่ยงโดนภาษีเพิ่มเติม 10% ฐานสนับสนุนนโยบาย "ต่อต้านอเมริกา"
  • สหภาพยุโรป (EU): เผชิญความเสี่ยงภาษีพุ่งแตะ 50% หากการเจรจาล้มเหลว
  • จีน: ยังคงเป็นเป้าหมายหลัก อาจเจอภาษีสูงถึง 104% ในบางรายการสินค้า
  • อินเดีย: กำลังเจรจา "ข้อตกลงย่อย" เพื่อเลี่ยงภาษี 26%
  • อินโดนีเซีย: อยู่ระหว่างเจรจาเลี่ยงภาษี 32%
  • เวียดนาม: มีรายงานว่าดีลจบที่ภาษี 20%
  • ประเทศไทย: มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วงและต้องติดตามใกล้ชิด


ผลกระทบต่อราคาทองคำ (Gold Spot) และบทวิเคราะห์

สรุปจากภาพและสถานการณ์ล่าสุด:
จากภาพความเคลื่อนไหวล่าสุดของตลาด จะเห็นได้ว่าราคาทองคำ Gold Spot ได้พุ่งทะยานอย่างรุนแรงในชั่วข้ามคืน ทะลุแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาที่ระดับ $2,450 ต่อออนซ์ เป็นการตอบสนองโดยตรงต่อข่าวความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  <-- คุณสามารถเปลี่ยน URL รูปภาพนี้เป็นกราฟราคาทองคำล่าสุดได้ครับ

วิเคราะห์ผลกระทบระยะสั้น (Immediate Impact):
การพุ่งขึ้นของราคาทองคำเป็นผลมาจากปัจจัยหลักคือ การทำหน้าที่เป็น "สินทรัพย์ปลอดภัย" (Safe-Haven Asset) อย่างสมบูรณ์
  • ความตื่นตระหนกของตลาด: เมื่อความเสี่ยงของสงครามการค้าเต็มรูปแบบเพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยง (เช่น หุ้น) และย้ายเงินทุนมายังสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเพื่อรักษาความมั่งคั่ง ซึ่ง "ทองคำ" คือตัวเลือกอันดับแรกเสมอ
  • ความไม่แน่นอนสูง: การกำหนดเส้นตายที่กระชั้นชิดและท่าทีที่แข็งกร้าวของสหรัฐฯ สร้างความไม่แน่นอนอย่างรุนแรงให้กับตลาด ซึ่งความไม่แน่นอนนี้เป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อราคาทองคำ

วิเคราะห์แนวโน้มระยะยาว (Long-Term Outlook):
หากนโยบายภาษีนี้ถูกบังคับใช้จริงและยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในระยะยาวดังนี้:
  • สภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย: สงครามการค้าที่ยืดเยื้อจะฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ทำให้ความน่าสนใจในการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงลดลง และจะยิ่งผลักดันให้เงินทุนไหลเข้าสู่ทองคำอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันความเสี่ยง
  • แรงกดดันด้านเงินเฟ้อ: กำแพงภาษีทำให้ต้นทุนสินค้านำเข้าสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดีที่สุด (Hedge against inflation) หากเงินเฟ้อสูงขึ้น ความต้องการถือครองทองคำก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
  • แนวโน้มการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ: แม้ในระยะสั้นดอลลาร์อาจแข็งค่าในฐานะ Safe-Haven เช่นกัน แต่ในระยะยาว หากสงครามการค้าส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เอง ก็จะสร้างแรงกดดันให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ซึ่งโดยปกติแล้วราคาทองคำมักจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับค่าเงินดอลลาร์
  • การสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก: ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะจีนและรัสเซีย มีแนวโน้มที่จะลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ และเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งจะสร้างอุปสงค์ (Demand) ในตลาดทองคำอย่างมหาศาลในระยะยาว


โดยสรุป: สถานการณ์กำแพงภาษีของทรัมป์ไม่เพียงแต่สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดหุ้นและเศรษฐกิจโลก แต่ยังเป็น "พายุที่สมบูรณ์แบบ" (Perfect Storm) ที่ผลักดันราคาทองคำในฐานะหลุมหลบภัยชั้นดี นักลงทุนจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะทุกการตัดสินใจของสหรัฐฯ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางราคาทองคำโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

*

admin

  • 86,010
🟠 ข่าวด่วน: ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษี 25% ต่อญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เริ่ม 1 ส.ค.นี้!

📅 เวลาโพสต์: 23:54 น. (เวลาประเทศไทย) โดย @DeItaone (Walter Bloomberg) 
🔗 แหล่งข่าว: Twitter Official



📌 รายละเอียดข่าวหลัก:

อ้างถึง🔹 KOREA & JAPAN TARIFFS EFFECTIVE AUG 1ST 
➡️ สหรัฐฯ จะเริ่มเก็บภาษีสินค้านำเข้าจาก เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น ในวันที่ 1 สิงหาคม 2025

🔹 TRUMP SENDS LETTER TO JAPAN – 25% TARIFF 
➡️ ทรัมป์ส่งจดหมายแจ้งต่อญี่ปุ่น ระบุจะขึ้นภาษี 25% ต่อสินค้านำเข้า

🔹 TRUMP SENDS LETTER TO KOREA – 25% TARIFF 
➡️ ทรัมป์ส่งจดหมายแจ้งต่อเกาหลีใต้ เช่นเดียวกัน จะมีการเรียกเก็บภาษี 25%



📈 วิเคราะห์ผลกระทบเบื้องต้น:

🔸 ตลาดทองคำ (XAUUSD): 
➡️ มีแนวโน้มแข็งค่ารับแรงซื้อจากความเสี่ยงด้านสงครามการค้า หากตลาดประเมินว่านโยบายนี้จะกระทบเศรษฐกิจโลก

🔸 ค่าเงิน JPY และ KRW: 
➡️ อาจอ่อนค่าหากนักลงทุนกังวลต่อผลกระทบ 
➡️ ความผันผวน (volatility) อาจพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงตลาดเอเชียเปิด

🔸 ตลาดหุ้นเอเชีย: 
➡️ กลุ่มส่งออกญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มีความเสี่ยงสูงต่อแรงขาย 
➡️ ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ของตลาด



📌 บทสรุปโดย TRADERIDER:

🔻 การกลับมาใช้นโยบายกีดกันทางการค้าของทรัมป์ เป็นสัญญาณเตือนตลาดโลกว่าความตึงเครียดด้านการค้ากำลังจะกลับมา 
🔻 หากมีการขึ้นภาษีจริงในวันที่ 1 ส.ค. อาจเป็นชนวนให้เกิด "สงครามการค้าใหม่" 
🔻 นักลงทุนควรจับตาท่าทีของญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ และการตอบสนองจากตลาดหุ้นโลก

อ้างจาก: Traderider📌 เตือนความเสี่ยง: 
โปรดระมัดระวังการเทรดในช่วงข่าวแรง โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่อ่อนไหว เช่น ทองคำ, USDJPY, USDKRW และหุ้นเอเชียกลุ่มส่งออก



🔺 อัปเดตโดย: TRADERIDER | วิเคราะห์ทุกมุม เสิร์ฟทุกข่าวแรง 
🌐 www.traderider.com | FB: TraderiderForex | Telegram: @traderiderone
"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

*

PoNgPk

  • 6,700
ลอยลำทอง ขึ้นไป  xc4*
TRADE RIDER

*

admin

  • 86,010


🔴 สรุปข่าวร้อน: ทรัมป์ประกาศภาษีรอบใหม่ (รวมไทย) และทิศทางราคาทองคำ


วอชิงตัน, ดี.ซี. – รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศอัตราภาษีศุลกากรระลอกใหม่กับประเทศคู่ค้า 14 ประเทศอย่างเป็นทางการ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 การเคลื่อนไหวนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง โดย ประเทศไทย เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับจดหมายแจ้งอัตราภาษีใหม่ด้วย

📊 ตารางเปรียบเทียบอัตราภาษีศุลกากร (Tariff Rate)
ตารางด้านล่างเปรียบเทียบอัตราภาษีที่เคยประกาศไว้ (เม.ย. 68) และอัตราที่ประกาศล่าสุด (มีผล 1 ส.ค. 68) โดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าว Associated Press (AP), Reuters, The Times of India, Bangkok Post และ Infoquest

[th]ประเทศ[/th]
[th]อัตราที่เคยประกาศ (เม.ย. 68)[/th]
[th]อัตราที่ประกาศล่าสุด (มีผล 1 ส.ค. 68)[/th]
[th]หมายเหตุ[/th]
ประเทศไทย36%36%ไม่เปลี่ยนแปลง
กัมพูชา49%36%ลดลง
ลาว48%40%ลดลง
เมียนมาร์44%40%ลดลง
ญี่ปุ่นN/A25%ประกาศใหม่
เกาหลีใต้N/A25%ประกาศใหม่
มาเลเซียN/A25%ประกาศใหม่
อินโดนีเซีย32%32%ไม่เปลี่ยนแปลง
บังกลาเทศ37%35%ลดลง
แอฟริกาใต้N/A30%ประกาศใหม่
คาซัคสถานN/A25%ประกาศใหม่
ตูนิเซีย28%25%ลดลง
เซอร์เบีย37%35%ลดลง
บอสเนียฯ35%30%ลดลง
*N/A: ก่อนหน้านี้ยังไม่มีการประกาศตัวเลขที่ชัดเจน และอยู่ภายใต้นโยบายภาษีพื้นฐานหรือกำลังเจรจา



📈 วิเคราะห์ผลกระทบต่อ "ราคาทองคำ"
นโยบายภาษีที่แข็งกร้าวของทรัมป์เป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนทิศทางราคาทองคำในระยะต่อไป โดยนักวิเคราะห์จากสื่อต่างประเทศมองว่าจะส่งผลบวกต่อราคาทองคำในระยะกลางถึงยาว ผ่านกลไกสำคัญดังนี้:

1. แรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-Haven Demand)
  • การวิเคราะห์: สงครามการค้าที่ชัดเจนทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทั่วโลก เมื่อความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงลดลง นักลงทุนจะโยกย้ายเงินทุนมายัง "ทองคำ" ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหลัก ความเสี่ยงที่เคยคลุมเครือได้กลายเป็นความจริง ซึ่งจะกระตุ้นความต้องการทองคำอย่างต่อเนื่อง
  • ที่มา: Investing.com วิเคราะห์ว่า แม้ข่าวการขยายเวลาเจรจาอาจทำให้ทองคำย่อตัวในระยะสั้น แต่ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าในภาพรวมยังคงเป็นปัจจัยหนุนที่แข็งแกร่ง

2. การป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ (Inflation Hedge)
  • การวิเคราะห์: กำแพงภาษีทำให้ต้นทุนนำเข้าสินค้าในสหรัฐฯ สูงขึ้น ซึ่งจะถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคผ่านราคาสินค้าที่แพงขึ้น (ภาวะเงินเฟ้อ) เมื่อเงินเฟ้อสูงขึ้น อำนาจซื้อของเงินดอลลาร์จะลดลง ทองคำจึงยิ่งน่าดึงดูดในฐานะ "เครื่องรักษามูลค่า" (Store of Value)
  • ที่มา: BullionVault ชี้ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เกิดจากนโยบายภาษีเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นของทองคำในระยะยาว

3. แนวโน้มการอ่อนค่าของดอลลาร์ และการซื้อทองคำของธนาคารกลาง
  • การวิเคราะห์: หากนโยบายภาษีส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ซึ่งโดยปกติแล้วราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนยังผลักดันให้ธนาคารกลางทั่วโลกกระจายความเสี่ยงออกจากเงินดอลลาร์ โดยการเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำในทุนสำรองฯ
  • ที่มา: บทวิเคราะห์ใน The Times of India เน้นย้ำว่าการซื้อทองคำสุทธิของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเป็นเทรนด์ที่แข็งแกร่ง และคาดว่าจะดำเนินต่อไปท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้า



บทสรุป:
อ้างถึงแม้ราคาทองคำอาจผันผวนในระยะสั้น แต่ภาพรวมของนโยบายภาษีที่ชัดเจนและแข็งกร้าวนี้ ได้สร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อราคาทองคำในระยะยาว นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงมองว่าตราบใดที่สงครามการค้ายังคงเป็นประเด็นหลักของเศรษฐกิจโลก ทองคำจะยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าดึงดูดในฐานะหลุมหลบภัยและเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อต่อไป
[/font]
```
"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

 

XM Global Limited