MT4 หรือ Metatrader 4 พัฒนาโดย MetaQuotes Software Corp. เปิดให้บริการมาตั้งแต่ ปี 2005 เป็นแพลตฟอร์มพื้นฐานออนไลน์ที่ให้นักเทรดเข้าถึงการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ หรือ Forex ที่เรารู้จักกัน
MT5 เป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนามาจาก MT4 ในปี 2010 โดยในตัว MT5 จะสามารถซื้อขายสินค้าอื่นได้มากกว่าในตลาด Forex อย่างสกุลเงินดิจิทัล และเพิ่มฟังชั่นพิเศษอื่นๆเข้ามาให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ปฏิทินเศรษฐกิจ,จำนวน Timeframes, Indicators , คำสั่ง Order และอื่นๆ 🎯ข้อเปรียบเทียบ MT4 Vs MT5 หากเราทำการเปรียบเทียบระหว่างสองโปรแกรมเราก็จะรู้ข้อแตกต่างของทั้งสองโปรแกรมได้อย่างชัดเจน เพื่อให้เข้าใจและสามารถนำไปปรับการใช้งานให้ได้มากยิ่งขึ้น
📈ตัวอินเตอร์เฟสและกราฟราคาในกราฟราคา MT5 ไม่ค่อยมีความแตกต่างมาก MT4 เท่าไหร่ มีแค่เรื่องของ Timeframe ที่เพิ่มมา โดย MT5 ได้เพิ่มนาที Timeframe จาก 9 แบบ คือนาทีที่ 2, 3, 4, 6, 10, 12 และ 20 เข้ามา มีรวมๆถึง 21 แบบ ทำให้สามารถดูเวลาที่ละเอียดขึ้นได้กวาเดิม ส่วนลักษณะอินเตอร์เฟสต่างๆใน MT5 ถูกออกแบบมาคล้ายๆกับ MT4 แต่ลักษณะเส้น การออกแบบ การจัดวาง ทำออกมาให้ดูทันสมัยและเรียบง่ายกว่า MT4
💻เครื่องมือการวิเคราะห์เทรนการวิเคราะห์ จุดเข้า และจุดปิดของการเทรดของทั้งสองโปรแกรมยังมีข้อแตกต่างไม่มาก เพราะในการวิเคราะห์เทรน MT5 มีเครื่องมือการวิเคราะห์ 22 แบบ indicator 38 ตัว มี Timeframe 21 แบบ ในขณะที่ MT4 มี เครื่องมือการวิเคราะห์ 23 แบบ แต่มี indicator 30 ตัว และมีเพียง 9 Timeframe
🚩การส่งคำสั่งเทรดและคำสั่งรอดำเนินการในตัวโปรแกรม MT5 ได้เพิ่มการส่งคำสั่งมา เป็น 4 รูปแบบ คือ Market, Instant, Request และ Exchange Execution ส่วน MT4 รองรับรูปแบบการส่งคำสั่งเดิมอยู่ 3 รูปแบบ คือ Market, Instant และ Request และโปรแกรมทั้งสองก็ยังรองรับชนิดออเดอร์อยู่ 3 รูปแบบ ที่เหมือนกันนั่นคือ Pending, Stop Orders และ Market
ส่วนคำสั่งรอดำเนินการ ของ MT5 จะเพิ่มมาจากของเดิมที่มี 4 คำสั่งเพิ่มมากอีก 2 คำสั่ง นั่นก็คือ buy stop limit และ sell stop limit ซึ่งคำสั่งเดิมของ MT4 จะมีอยู่ 4 ประเภทนั่นคือ sell stop, sell limit , buy stop และ buy limit
🔶MT5 ได้มีฟังก์ชั่น Depth of Market (DOM) เพิ่มเข้ามาฟังก์ชั่นนี้ มีไว้สำหรับนักลงทุนที่เทรดหุ้น เทรดตราสารฟิวเจอร์ ดูความเคลื่อนไหวราคากราฟของนักเทรดคนอื่นได้ โดยเจ้าตัว DOM นี้ จะทำให้นักเทรดวิเคราะห์กราฟแล้วซื้อขายได้ดีขึ้นนั่นเอง
📉Indicatorsถึง indicator ใน MT4 จะสามารถรองรับปรับแต่งการใช้งานได้หลากหลายอยู่แล้ว แต่การพัฒนา indicator ใน MT5 ถูกทำขึ้นมาให้ดีกว่าเดิม ด้วยการเพิ่ม Indicator ที่นักเทรดนิยมใช้ อย่าง the Adaptive Moving Average, Double and Triple Exponential Moving Average's, the Fractal Adaptive Moving Average หรือ Variable Index Dynamic Average และ indicator อื่นๆที่มีประสิทธิภาพสูง
🌍ข่าวสารเศรษฐกิจถึงแม้ว่าโปรแกรม MT4 ไม่มีปฏิทินข่าวสารเศรษฐกิจมาให้ในโปรแกรม แต่นักเทรดก็สามารถติดตามเหตุการณ์ อ่านข่าวสารเศรษฐกิจได้จากโบรกเกอร์ที่อัพเดตข้อมูลข่าวสารเศรษฐกิจในเว็บไซด์ ซึ่งต่างจาก MT5 ที่มีปฏิทินข่าวสารเศรษฐกิจ มาให้ในโปรแกรม พร้อมด้วยข้อมูลข่าวสารแบบเรียลทาม ที่จะช่วยให้นักเทรดได้ติดตามการซื้อขายในช่วงเวลานั้นๆ ได้ดีขึ้น อีกทั้งยังสามารถทำกำไรจากการคาดการณ์ข่าวสารเศรษฐกิจได้อีกด้วย
โปรแกรมทั้ง 2 สามารถใช้งานได้ทั้ง คอมพิวเตอร์ Windows, Mac มือถือ Android, iOS และ Website แต่ตัวโปรแกรม MT5 ที่ถูกพัฒนาขึ้นอาจจะต้องใช้ RAM และ CPU ที่มีความจุมากกว่า MT4
ส่วนเหตุผลที่นักเทรดทั่วโลกนิยมใช้ MT4 อยู่ ก็เพราะมีออฟชั่นและลักษณะการใช้งานที่ง่าย เหมาะกับนักเทรดมือใหม่ที่กำลังเริ่มเข้ามาในตลาด และภาษา EA ส่วนใหญ่ยังใช้เป็น MQL4 อยู่ แต่ใน MT5 ด้วยการอัปเดตตัวโปรแกรม ที่สามารถซื้อขายสินค้าที่ไม่ใช่แค่ในตลาด Forex มีทามเฟรมที่เยอะกว่าจึงทำให้เหมาะกับนักเทรดมืออาชีพที่ต้องการใช้งานฟังก์ชั่นที่เพิ่มเติมเข้ามา
อีกเหตุผลที่ MT5 ยังถูกใช้งานไม่มากเท่า MT4 อาจเพราะตัว EA และ Indicator มีมากกว่า MT5 เพราะนักเทรดมืออาชีพที่ใช้งาน MT4 มาก่อนและได้เขียนโค้ด EA หรือ Indicator มาใช้งาน จะไม่สามารถนำโค้ดที่เขียนใน MT4 มาใช้กับ MT5 ได้เพราะภาษาของโค้ดทั้งสองโปรแกรมใช้ภาษาที่ต่างกัน หากจะย้ายมาใช้ในโปรแกรม MT5 ก็ต้องทำการเขียนโค้ดหรือสร้างโค้ดขึ้นมาใหม่ จึงทำให้นักเขียน EA และ Indicator ส่วนใหญ่ยังใช้งาน MT4 อยู่
สรุปสุดท้ายแล้วก็ยังบอกไม่ได้ว่าแพลตฟอร์มไหนดีที่สุด เพราะด้วยนิสัยส่วนตัวของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง หรือใช้งานในแพลตฟอร์มเดิมก็ดีอยู่แล้วไม่มีเหตุผลที่จะต้องเปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มใหม่ หรือบางคนอยากที่จะลองอะไรใหม่ๆใช้งานฟังก์ชั่นที่เพิ่มเค้ามาใน MT5 แล้วชอบ ก็ใช้งานต่อไปเรื่อยๆ ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าจะใช้แพลตฟอร์มใดก็ต้องใช้ให้เหมาะกับความต้องการและเหมาะสมกับเราเองครับ