คู่เงินไหนเหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่
ข้อดีของตลาดฟอเรกคือมีหลายคู่เงินให้เลือกเทรด พร้อมทั้งเงื่อนไขการเทรดที่เอื้อต่อการเทรดและเข้าตลาดได้ง่าย เช่น เรื่องของ Leverage และการเรียกใช้ Margin การเปิดบัญชีง่ายๆ และการฝากและการถอนง่ายด้วย การมีหลายคู่เงินให้เทรด ถ้าเทรดจนชำนาญก็จะสามารถสร้างพอร์ตเทรดหรือวิธีการเทรดได้หลากหลาย แต่ถ้าเป็นเทรดเดอร์มือใหม่ การเทรดหลายคู่หรือโฟกัสหลายๆ คู่พร้อมกัน อาจยังเป็นข้อเสียได้ เพราะมีหลายคู่ให้เลือกเทรดมากเกินไป จนลืมลงรายละเอียดโฟกัสมากพอที่จะเทรดกำไรต่อเนื่องได้
การเลือกคู่เงินเทรดไหนดีแต่ละคู่เงินแม้ว่าตรรกะที่อยู่เบื้องหลังราคาเคลื่อนไหวไม่ต่างกัน แต่ถ้าเป็นเทรดเดอร์มือใหม่ อาจต้องคิดอย่างอื่นเข้ามาประกอบ เพราะว่ายังใหม่ต่อตลาด ความรู้เพิ่งอยู่ระดับเริ่มต้นกำลังศึกษา การเลือกคู่ที่ราคาวิ่งเสถียร คือไม่มีราคาวิ่งโดดไปมาบ่อย หรือที่เรียกว่า price spiking ก็จะง่ายต่อการพัฒนาการเทรด เรื่องของช่วงเวลาที่มีการเคลื่อนชัดเจน เรื่องของการโต้ตอบแนวรับ-แนวต้าน หรือ Price level เช่นอย่างหลักการเทรด Supply/Demand หรือการเทรดตามเทรนไลน์ หรือหลักการเทรดการย่อตัวตามหลักการ Fibonacci Retracements และที่สำคัญเป็นที่นิยมกัน หรือเป็นคู่เงินหลักๆ เพราะเมื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมทางเว็บ ก็จะมีวิเคราะห์ทั้งด้าน Fundamental หรือ Technical Analysis ให้ศึกษาเป็นตัวอย่างได้ง่าย นอกจากนั้นยังมีเรื่องของ Liquidity ด้วย
คู่เงิน EURUSDคู่เงิน EURUSD มาจาก 2 ค่าเงินที่เป็นที่นิยมเทรดกันคือ ค่าเงิน EUR (European Euro) เป็นค่าเงินหลักหรือ Base currency และ Dollar ของอเมริกาเป็นอีกค่าเงินหรือเรียกว่า Quote currency ทั้งสองค่าเงินแข็งด้วยตัวค่าเงินเอง และมีเศรษฐกิจที่ดีด้วย ด้วยการรวมเอา 2 เงินหลักนี้เลยทำให้คู่เงิน EURUSD เป็นคู่เงินที่นิยมเทรดกันมากสุด มุมมองสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่คือว่า เป็นคู่เงินที่นิยมเทรดกันมากสุด ดังนั้นเลยมีข้อมูลให้ศึกษาการเทรดคู่เงินนี้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับหรือวิธีการเทรดเกี่ยวกับคู่เงินนี้ มี Technical analysis มากมายให้หาผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ง่าย ก็จะช่วยให้เทรดเดอร์มือใหม่พัฒนาการเทรดได้ง่าย
มุมมองด้านข้อมูลพื้นฐาน หรือ Fundamental คู่เงินนี้ก็จะโต้ตอบข่าวต่างๆ ได้ดีเช่น ผลรายงานตัวเลขจากทาง United States Federal Reserve (รู้กันว่า FED) หรือ European Central Bank วิธีการดูว่าการเคลื่อนและโต้ตอบอย่างไรได้ชัดเจน ให้ดูข่าวที่ Forexfactory ประกอบ แล้วมาเทียบการเคลื่อนที่เกิดขึ้นกับชาร์ต เช่นดูว่าทุกวันศุกร์แรกต้นเดือน ข่าวเกี่ยวกับ Non-Farm สำหรับด้านทาง Technical Analysis คู่เงินนี้ถือว่าโต้ตอบด้วย TA ได้อย่างดี และยังมี Liquidity สูงด้วยเพราะว่าเป็นคู่เงินที่เทรดเดอร์นิยมเทรดกันมาก
คู่เงิน USDJPYคู่เงินนี้ถ้าไม่นับ EURUSD ถือว่าเป็นคู่เงินที่มีการเทรดมากอีกคู่หรือเป็นรองแค่ EURUSD เท่านั้นเอง จุดที่ทำให้คู่เงินนี้ได้รับความนิยมมาก คือเรื่องของ Volatility (ความผันผวนของราคามาก) มีการเคลื่อนไหวมากและแทบตลอด เลยเปิดโอกสการเทรดได้มาก เพราะว่า Volatility เกิดจากค่าเงินเยนของญี่ปุ่น และปัจจัยทางธรรมชาติด้วย เลยทำให้เกิดการขึ้นหรือลงของค่าเงินเยนเป็นประจำเลยกระทบโดยตรงต่อคู่เงิน USDJPY เลยเป็นที่มาของ Volatility สูง เช่นอย่างปัจจัยทางการเมืองอาจส่งผลด้านลบต่อค่าเงินเยน แต่เพราะเศรษฐกิจของญี่ปุ่นดีแทบตลอด เลยทำให้ค่าเงินกลับมาแข็งเหมือนเดิมได้เร็ว คู่เงินนี้โต้ตอบทางด้าน Technical analysis เช่นเดียวกับ EURUSD และไม่ค่อยเกิดการเปลี่ยนแปลงราคาแบบเร็วๆ หรือ spiking เลยทำให้เป็นที่นิยมในการเทรดด้วย Fundamental information และ Technical analysis อีกคู่
คู่ GBPUSDคู่เงิน GBPUSD เป็นคู่เงินตระกูลค่าเงิน GBP ของอังกฤษ หรือที่เรียกกันว่า Cable เป็นคู่เงินที่มี Volatility สูง มีการเคลื่อนไหวแต่ละวันค่อนข้างจะเยอะ เมื่อเทียบกับ EURUSD และ USDJPY เลยเกิด Trade setup ได้บ่อย และสามารถทำกำไรได้มากในเวลาอันสั้น เช่นอย่างท่านใช้กับกลยุทธ์การเทรดแบบ Day Trading เพราะต้องการปิดออเดอร์แต่ละวันไม่อยากถือข้ามคืน แต่การมีการเคลื่อนเยอะ ก็เป็นดาบสองคมเช่นกัน เมื่อเทรดผิดทางท่านก็จะสูญเสียได้เร็วเช่นกัน แต่เพราะ GBPUSD มาจาก 2 ค่าเงินหลักๆ คือ GBP และ USD ที่เป็นค่าเงินถือว่าแข็งทั้งคู่ เลยมีความอ่อนไหวต่อตัวเลขทางเศรษฐกิจของค่าเงิน USD และ GBP ด้วย เช่นอย่างรายงานจากทาง FED ของอเมริกา หรือจาก Bank of English ของอังกฤษเป็นต้น ราคาก็จะได้รับผลกระทบจากข่าวพวกนี้อย่างเห็นได้ชัดเจน
คู่เงิน AUDUSDคู่เงิน AUDUSD เป็นจับคู่ระหว่างค่าเงิน Dollar ของออสเตรเลีย และ Dollar ของอเมริกา เป็นอีกคู่เงินที่ได้รับความนิยมในการเทรด คู่เงินนี้ค่อนข้างจะผูกติดกับสินค้าพวก Commodity เช่นทองและเงิน ที่ทั้งทองและเงินมี Volumes การเทรดแต่ละวันเยอะมาก เลยทำให้คู่เงินนี้ได้รับความนิยม และมีการเคลื่อนไหวชัดเจนมากพอที่จะเทรดแต่ละวัน เรื่องของ Volatility ก็ดีเพราะผูกติดกับสินค้าพวก Commodity และยังจับคู่กับค่าเงิน USD ของอเมริกาด้วย เลยช่วยให้การเทรดทั้งแบบอิง Fundamental หรือทาง Technical analysis เป็นไปได้ทั้ง 2 อย่างได้ง่ายด้วย
สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ นอกจากเลือกคู่เงินที่ง่ายต่อการหาข้อมูล ไม่ว่าทั้งด้านข้อมูลพื้นฐานของค่าเงิน และทางด้าน Technical analysis โดยเฉพาะผ่านอินเตอร์เน็ต ก็จะช่วยให้มือใหม่เทรดได้ดีขึ้นและพัฒนาการเทรดได้เร็วด้วย เพราะทั้งข้อมูล การวิเคระห์ และตัวอย่างการเทรดหาผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ง่าย ยังต้องดูช่วงเวลาของค่าเงินด้วยว่ามีการวิ่งดีช่วงไหน เพราะว่าแม้ว่าตลาดฟอเรกเปิดให้เทรดได้ 24 ชม 5 วัน แต่ไม่ได้หมายความว่าโอกาสการเทรดที่ท่านหา Trade setup มีความเป็นไปได้สูง ไม่ได้เกิดขึ้น 24 ชั่วโมง สามารถเทียบช่วงตลาดง่ายๆ ได้จาก Forexfactory ตามภาพตัวอย่างด้านบน
นอกจากนั้นท่านยังต้องดูว่า ระดับการรับความเสี่ยงแต่ละคู่เงินด้วย เช่น GBPUSD เมื่อการเคลื่อนไหวมากกว่า EURUSD และ USDJPY การทำกำไรก็ทำได้เร็ว แต่ตรงกันข้ามก็สูญเสียได้เร็วเช่นกัน เรื่องของ Spread ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่อาจต่างกันออกไปแล้วแต่ละโบรกเกอร์ แต่หลักการไม่ต่างกันคือแบบ Fixed Spread และแบบ Dynamic Spread โดยเฉพาะ Dynamic Spread ดูช่วงตลาดประกอบ เช่น GBPUSD ถ้าเทรดช่วงตลาดลอนดอนของยุโรป และตลาดนิวยอร์ค ของตลาดอเมริกา Spread ก็จะน้อยกว่าช่วงอื่นๆ