กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

ใช้ Stop Cascades ในการเทรดทอง

  • 0 replies
  • 1,003 views
ใช้ Stop Cascades ในการเทรดทอง
« เมื่อ: 01, กุมภาพันธ์ 2021, 12:28:49 PM »
ใช้ Stop Cascades ในการเทรดทอง

Stop Cascades เป็นเหตุการณ์ที่ราคาไปแตะ Stop orders แล้วออเดอร์พวกนี้ก็กลายเป็น Market orders แล้วไปแตะอีก Stop orders ในอีกพื้นที่ที่อยู่ใกล้กันทำให้เกิดราคาแตะ Stop orders อีกพื้นที่ต่อเนื่องกันเป็นระลอกสักระยะพื้นที่ เลยทำให้เกิด liquidity เยอะขึ้นมาทันทีในช่วงพื้นที่ราคาที่มีการกำหนดออเดอร์พวกนี้ใกล้ๆ กัน เลยทำให้ราคาวิ่งเร็วขึ้นเพราะ ความไม่สมดุลย์เพราะ market orders ที่เกิดขึ้นด้วยเงื่อนไขการทำงานของออเดอร์แบบนี้


ดูจากภาพประกอบที่อธิบายสถานการณ์ที่เรียกว่า Stop Cascade ทำงานอย่างไร และเกิดขึ้นประจำเพราะเป็นเงื่อนไขการเทรดที่ขาใหญ่ต้องการในการเปิดเทรดหรือปิดเทรด หลักการออเดอร์บอกว่า การเทรดหรือ trading transactions จะเกิดขึ้นได้ในตลาดต้องมี Seller และ Buyer ณ ราคาเดียวกันและจำนวนเท่ากัน ตกลงกันได้เป็นที่พอใจหรือ match-and-filled การเทรดค่อยเกิดขึ้นได้ เช่นถ้าจำนวน Buyers ณ ราคานั้นมีจำนวน Sellers ไม่พอ ราคาก็จะดันขึ้นไปเพื่อหา Sellers ที่ราคาต่อไป นี่คือความไม่สมดุลย์ระหว่างออเดอร์จาก Sellers และ Buyers เกิดขึ้นเลยทำให้ราคาขึ้น อย่างในกรอบสีดำ ที่บอกว่าพื้นที่มีการเปิดเทรด ในพื้นที่ตรงนี้เทรดเดอร์ที่ยังถือ positions ที่เปิดเทรดอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Short หรือ Long ดูเทียบกับราคาตลาดหรือ market price เทรดเดอร์ที่ถือ Long  ก็จะกำหนด stop loss ไว้พื้นที่จุด lows ด้านล่าง แล้วแค่รับความเสี่ยงได้ที่จุดไหน แต่นั่นคือพื้นที่อ้างอิง ส่วนที่เปิด Short ก็จะกำหนด stop loss ไว้พื้นที่ Highs ตามตัวอย่างที่ตีเส้นไว้

การกำหนด stop loss เข้าไปเท่ากับว่าเป็นการเพิ่ม liquidity เข้าไป ณ  ตรงนั้น เลยทำให้ขาใหญ่รู้ว่าจะหา liquidity ทางที่พวกเขาต้องการได้ ณ ที่พื้นที่ไหน เช่นกรณีแรก ขาใหญ่ต้องการจะเปิด Buy ต่อหลังจากที่ราคาได้ทำเทรนลงมา แล้วราคาเด้งขึ้น และมีการสะสม positions ในกรอบด้านบน พวกเขาต้องการจะเข้า Buy เพิ่ม เพื่อดันราคาไปต่อ สิ่งแรกที่พวกเขาจะมองหาคือว่า พื้นที่ตรงไหนที่มีออเดอร์ตรงข้ามที่พวกเขาต้องการเมื่อจะเปิดเทรด Buy


ย้อนกลับไปมองที่ภาพแรก ที่บอกจุด market price ถ้าขาใหญ่เปิด Buy ตรงนั้น อาจมี Sell ออเดอร์ไม่พอกับจำนวนที่พวกเขาต้องการเปิดเทรด แต่ถ้าเขามองภาพ price structure ในกรอบและหลักการที่เทรดเดอร์ทั่วๆ ไปกำหนด stop loss ส่วนมากก็จะอิงจุด highs/lows ที่ใกล้สุดก่อน พวกเขาคาดการณ์จำนวนออเดอร์ได้จากจุดพวกนี้ ถ้าพวกเขาดันราคาลงมาแตะ stop loss ทั้ง 3 พื้นที่ Cluster 1, 2, 3 ที่บอก Sell Orders เป็น Stop lossที่มาจาก Long positions ในกรอบที่ว่ามาด้านบน นอกจากนั้นก็จะมีเทรดเดอร์ที่รอเทรด Breakout ที่เทรดตาม Liquidity ที่เกิดขึ้นเพราะ stop loss ก็จะทำให้ราคาวิ่งได้เร็วด้วย การหาพื้นที่เช่นนี้ ทำให้ขาใหญ่มั่นใจได้ว่า ข้อ 1. มั่นใจว่าพวกเขามีออเดอร์ตรงข้ามมากพอถ้าพวกเขาจะเปิด Buy เพราะถ้าราคาแตะ Stop orders พวกนี้ก็จะกลายเป็น Sell orders ไปจับคู่กับ Buy orders ที่พวกเขาต้องการจะเข้าเทรดได้ ณ ราคาที่พวกเขาต้องการ ข้อ 2 คือ พวกเขาได้เข้าเทรดที่ราคาดีกว่า หรือ Buy Low ได้จุดที่ราคาดีกว่า ข้อ 3. Liquidity พวกนี้จัดการง่าย

เหตุการณ์ Stop Cascades ในที่นี้คือ พวกเขาก็จะดันราคาแตะพื้นที่ Cluster 1 – Stop orders แล้ว Stop orders พวกนี้ก็จะกลายเป็น Sell market orders ถ้าจำนวนมากพอที่เกิน Buy limit ที่อยู่ตรงนั้นก็จะเลยลงไปแตะ Cluster 2 – Stop orders แล้วก็จะกลายเป็น Sell market orders เพิ่มอีก และถ้าต่ำกว่า Low 2 ไม่มี Buy limit พอก็จะไปแตะ Cluster 3 – Stop orders อีกก็จะกลายเป็น Sell market orders จะเห็นว่า Stop Cascades จะทำให้เกิด sell market orders ได้ง่าย ทันที และต่อเนื่องกัน เพราะต้องไม่ลืมว่า stop orders ทำงานอย่างไร ต่างจาก market order เพราะ stop orders เป็นผลจากการเปิดเทรดด้วยตลาดเองไม่ใช่ตัวเทรดเดอร์ เพราะ stop orders จะทำงานทันทีเมื่อราคาตลาดปัจจุบันไปแตะจุดพวก stop orders อยู่จึงเป็นจุดที่ขาใหญ่ใช้ประโยชน์ได้ง่ายและแน่นอน ตรงจุดนี้จะเห็นว่าขาใหญ่ใช้หลักการ Stop Cascades เพื่อช่วยในการเข้าเทรดได้ดีกว่า


สิ่งต่อมาเมื่อเข้าเทรดได้ หลักการทำกำไร ต้องทำให้ราคาดันไปทางที่พวกเขาเข้าเทรด อย่างในกรณีนี้พวกเขาเข้าเปิด Buy หลังจากที่พวกเขาหา liquidity เพื่อเข้าเทรด จะเห็นกรอบเลข 1 ที่บอกว่า Buy 1 เราในฐานะที่เป็นเทรดเดอร์รายย่อยแม้ว่าเข้าใจหลักการ Stop Cascades ที่อธิบายมาอาจไม่กล้าเปิดตรงนี้ เพราะเงื่อนไขของทุนน้อยไม่มากพอ เพราะราคาอาจลงไปต่อก็ได้ แต่ข้อมูลสำคัญคือกรอบนี้ หลังจากที่ราคาลงมา แต่ราคากลับหยุดและดันกลับขึ้นมาได้ เทรดเดอร์ที่สวนจำนวนออเดอร์มาจาก stop orders พวกนั้นได้ ต้องมีออเดอร์มากพอ เลยทำให้เรามั่นใจว่าเห็นการเข้าเทรดของขาใหญ่ ไม่งั้นเกิดขึ้นไม่ได้ การเทรดนี้เลยเปิดเผยออกมาว่า ขาใหญ่เข้าเทรดแน่นอน รายย่อยถ้าเปิดเทรดตรงพื้นที่ Buy 2 และ Buy 3 จะเห็นพื้นที่เปิดเทรดง่ายและด้วยความเป็นไปได้สูงด้วยเพราะเทรดตามขาใหญ่ ตามร่องรอยการเปิดเทรดที่พวกเขาเพิ่งเปิดเทรด

ตอนที่พวกเขาจะเปิดเทรดด้านล่าง พวกเขาก็เห็น stop orders ด้านบนด้วย ที่ราคาไปแตะก็จะกลายเป็น buy market orders ทันที เมื่อพวกเขาเข้าเทรดด้านล่างได้ด้วยการดันราคาไปแตะ Stop Cascades ลงไปแล้วเข้าเทรด ตามจุดที่พวกเขาเข้าเทรด Buy 1 2 และ 3  และถ้าพวกเขาสามารถดันราคาขึ้นไปแตะ stop orders ด้านบนได้ ก็จะยิ่งทำให้ราคาวิ่งไปเร็ว จะเห็นว่ามีจุด High 2 จุด ที่เห็นจุดอ้างอิงกำหนด stop loss ของเทรดเดอร์ที่เปิด Sell และยังเห็นจุดเข้าเทรดของพวก Breakout traders ด้วย พวกเขาก็จะสามารถทำให้เกิด Stop Cascades อีกรอบเพื่อดันราคาให้ทำกำไรได้เร็วด้วย

เหตุการณ์ Stop Cascades เป็นสิ่งที่ขาใหญ่ใช้ประโยชน์ได้ง่ายเพราะออเดอร์ที่เกิดขึ้นเปิดจากการเปิดเทรดด้วยตลาดเองไม่ใช่เทรดเดอร์ เงื่อนไขจะทำงานทันทีเมื่อราคาตลาดแตะจุดที่กำหนด จะเห็นว่า Stop Cascades เป็นตัวเร่งราคาอย่างดี เพราะเกิดความไม่สมดุลย์ทันทีและต่อเนื่องได้ง่าย เลยเป็นพื้นที่ที่ขาใหญ่ใช้ในการหาจุดเข้าเทรดที่ดีกว่า หรือเร่งราคาให้ทำกำไรมากขึ้นและเร็วขึ้นด้วย

 

XM Global Limited