กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

Scalping ทองแบบง่ายๆ ด้วย Tick chart

  • 0 replies
  • 1,123 views
Scalping ทองแบบง่ายๆ ด้วย Tick chart
« เมื่อ: 01, กุมภาพันธ์ 2021, 12:10:35 PM »
Scalping ทองแบบง่ายๆ ด้วย Tick chart

หลักการเทรดแบบ Scalping คือเน้นเข้าและออกจากการเทรดเร็ว ไม่ต้องการถือ position ที่เปิดเทรดนานเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความผันผวนของ volatility ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา และยังเป็นการจำกัดความเสี่ยงที่ดีด้วยเพราะเป็นการจำกัดการถือ position ไม่ให้นาน เน้นเปิดเทรดตอนที่เห็น trade setup เข้ามา มี risk:reward ที่ดี หรือมีความเป็นไปได้สูง การเทรดแบบนี้ต้องเข้าใจว่าตลาดเป็นอย่างไร และเข้าใจว่าจะเทรดช่วงไหน ทองเป็นสินค้าที่เหมาะสำหรับ Sclaping มากเพราะว่ามีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นมากหรือหลาย pips ต่อการเคลื่อนไหวเมื่อเทียบกับสัดส่วนชาร์ตของสินค้าพวกค่าเงิน

จุดเด่นของ Tick chart


เนื่องจาก tick chart เป็นผลจากการนับ tick ในการเปิดเทรดที่เกิดขึ้นตามจำนวนที่กำหนด เลยทำให้เห็นชัดเจนเรื่องของ volatility ว่าเกิดขึ้นตอนไหนมากพอหรือเปล่า เช่นอย่างเรากำหนดการเทรด 350 ticks ต่อแท่งเทียนสำหรับทอง ถ้าช่วงไหนมีการเทรดเกิดขึ้นเยอะ แท่งเทียนก็จะเกิดขึ้นมาก ต่างจากแท่งเทียนแบบ time-based ก็จะเกิดแท่งเทียนแค่ตามช่วงเวลาแท่งเทียนเท่านั้น ด้วยการเห็นจำนวนแท่งเทียนและรู้ volatility เลยทำให้เราเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับตลาดชัดเจนกว่าเมื่อเทียบกับแบบ time-based candlestick เราเลยสามารถเห็นวัฏจักรของตลาดได้มากกว่า เช่นเห็นเรื่องของ Breakout ได้ทันทีและบ่อยๆ เห็นราคาย่อตัวกลับมาทดสอบอย่างชัดเจน เลยช่วยในการ Scalping ทองได้ง่ายขึ้น

จากภาพตัวอย่าง ดูที่เส้นแบ่งเวลา 15-12-2020 15:15 ด้านช้ายจะเป็นชาร์ตทอง M15 ที่เราต้องการหาพื้นที่จะ scalping ด้านขวาเป็น tick chart ที่กำหนด 300 ticks ต่อแท่งเทียน ดูที่ราคาโต้ตอบ Resistance จุดแรกก่อน เราจะเห็นแท่งเทียนที่เกิดขึ้นในส่วนของ tick chart เยอะมาก เมื่อเทียบกันชาร์ต M15 ทางด้านช้าย มีแท่งเทียนเกิดขึ้นเยอะ บอกถึง volatility ที่เยอะขึ้น นอกจากนั้นเราดู price action ที่เกิดขึ้นด้วยที่จำนวนแท่งเทียนที่เยอะกว่า เราก็จะเห็น price action เกิดขึ้นมากกว่า เห็นวัฏจักรของตลาดหรือราคาบ่อยและชัดเจนกว่า เลยทำให้เรามีโอกาส scalp ได้มากกว่า และที่สำคัญเนื่องจากทองมีสัดส่วนการเคลื่อนมาก pips เลยยิ่งทำให้การเทรดแบบ scalping สามารถเกิด profit หรือ loss ได้เร็วอย่างที่ price structure เกิดขึ้นในส่วนของ tick chart

กรณีเปิดเทรดที่เลข 1 ถ้าเราดู tick chart เราจะเห็นโอกาสเปิด scalping ด้วยหลักการ Retracement ได้อย่างชัดเจนเพราะหลังจากราคาเบรค Resistance พื้นที่ 1847.0 ขึ้นไป ราคากลับมาเทส ถ้าเราดูทางช้ายมือชาร์ต M15 เราอาจต้องเปิดหลาย timeframes ประกอบ หรืออาจไม่เห็นจุดราคาเปลี่ยนแปลงชัดเจนแบบ tick chart และที่สำคัญเมื่อเป็นชาร์ต tick chart ท่านไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน timeframe ด้วยแบบที่ทำกับ time-based chart เพื่อดูรายละเอียดใน timeframe ย่อย แต่อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ท่านดูแท่งเทียนแบบ time-based candlesticks และ transaction-based candlestick หรือ tick chart พร้อมๆ กับการเปิดเทรดที่เลข 3 ก็หลักการเดียวกันกับเลข 1 สิ่งที่เห็นตรงนี้คือวัฏจักรของการเทรดแนวรับ แนวต้าน และ trapped traders


อีกส่วนที่ tick chart ช่วยในการ scalping ได้อย่างชัดเจนคือเรื่องของการใช้ในการเทรด Breakout เนื่องจาก tick chart บอกถึง trading transactions และ volatility ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี เลยทำให้เราสามารถหา momentum ได้ง่าย ก็เลยจะช่วยให้เข้าเทรด Breakout ได้เร็วกว่า เมื่อเทียบกับการเทรด Breakout ด้วย time-based charts  ดู 2 ชาร์ตด้านบน ด้านช้ายเป็น M15 ส่วนด้านขวาเป็นแท่งเทียนแบบ tick chart กำหนด 500 ticks [การเทรดด้วย tick chart แนะให้เปิดเทียบกับ time-based chart]  สิ่งที่เห็นคือ จะเห็นรายละเอียดของการเทรดหรือ tick ชัดเจนกว่าเมื่อเทียบกับแท่งเทียนเวลา ดูที่การพัฒนาของ high lows เห็นหลักการทำเทรน หรือการพัฒนาเปลี่ยนข้างของฝ่ายเทรดว่าด้าน Sellers หรือ Buyers มากกว่ากัน หลังจากที่ราคาขึ้นไปหา Resistance ด้านบนลงมาทำจุด Higher Low ที่ 2 ได้ มองลงมาทางช้ายมือจะเห็นโครงสร้างของ swing highs/lows ชัดเจน แต่เมื่อมองชาร์ตแบบเวลา จะเห็นแค่หางแท่งทียน (บางทีอาจต้องใช้การเปิด Timeframe ย่อยลงไป เช่น M5 ค่อยจะเห็น) แต่สำหรับ Tick chart นั้นไม่ต้องเปลี่ยน Timeframe เลยทำให้เห็นการพัฒนาของราคาได้ชัดเจนและเร็วกว่า พอราคาเบรค Resistance แรก 1838.0 ดูลักษณะการเบรคและราคาสามารถปิดบนได้ เราจะเห็นได้เร็วกว่าอ่านข้อมูลจากแท่งเทียน และตามด้วยอีก 3 แท่งเทียนที่อยู่บน swap level นี้เปิดโอกาสให้เรา scalping ทองขึ้นตรงจุดนี้ได้ หรือเมื่อราคาเบรคที่ Resistance ที่ราคา 1840.0 ที่เหนือขึ้นไปอีก ดูลักษณะแท่งเทียนที่เบรค และตามด้วยอีก 2 แท่งเทียนที่อยู่บน swap level ที่สองนี้ จะเห็นว่าเมื่อเราใช้ Tick chart เสริมกับ time-based chart อย่างที่ยกตัวอย่างมาสำหรับเทรดแบบ Breakout ส่วนของ Tick chart จะช่วยให้ท่านเข้าเทรด Breakout ได้เร็วกว่าและถูกจุดดีกว่า เพราะถ้าดูแท่งเทียนอย่างเดียว กว่าราคาจะปิดตอนแท่งเทียนหมดเวลา ราคาอาจเคลื่อนไปเยอะแล้ว เมื่อเปิดเทรด Risk:Reward ก็ลดลงไปด้วย

การเทรด Scalping ทองด้วย Tick chart เป็นเรื่องง่าย เพราะตัวสินค้าทองเองมี Volatility สูง มีการเคลื่อนต่อ pips มากเมื่อเทียบกับสินค้าพวกฟอเรก เมื่อเรามาเทรดด้วย scalping เน้นเข้าและออกเร็วเทรดตาม momentum ที่เกิดขึ้น ที่เห็นชัดเจน ก็เลยทำให้เกิด profit/loss ได้เร็วไม่ต้องถือนาน เมื่อเราใช้ Tick chart เป็นตัวเสริม time-based chart เข้าไปแบบวิธีการที่ยกตัวอย่างมาประกอบ เช่นอย่าง M15 ใช้คู่กับ tick chart จำนวน 500 ticks เมื่อเกิดแท่งเทียนในส่วนของ tick chart มากและเร็ว ก็บอกถึง volatility ที่เพิ่มขึ้น และเราเห็นรูปแบบ price action และ structure เช่นการพัฒนาการเรื่องของ swing highs/lows  ที่เกิดขึ้นบ่อยและมากกว่า เพราะจำนวนแท่งเทียนที่เกิดขึ้นมากด้วย กว่าแท่งเทียนของ time-based chart จะปิด เลยทำให้เราเห็น trade setup ได้เร็วกว่า และเข้าเทรดถูกที่และเร็วกว่า อีกมุมหนึ่งเมื่อมองจากแท่งเทียน tick ที่เกิดขึ้นยังช่วยให้เรากำหนด momentum และเห็นว่าราคากำลังทำเทรนหรือเปล่าได้ง่ายอีกด้วย

 

XM Global Limited