ราคาทองคำทรงตัวระดับ 5,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งในอิหร่าน
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ส่งผลให้ราคาทองคำยังคงรักษาระดับแนวรับสำคัญที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไว้ได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนในตลาดกำลังจับตาประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าสงครามครั้งนี้จะขยายวงกว้างและกินระยะเวลานานเพียงใด
ผลกระทบของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรต่อตลาดทองคำ
Daniel Pavilonis โบรกเกอร์อาวุโสด้านสินค้าโภคภัณฑ์จาก RJO Futures ชี้ให้เห็นว่า หากสถานการณ์สงครามเลวร้ายลงและยืดเยื้อกว่า 6 สัปดาห์ตามที่รัฐบาลสหรัฐฯ เคยประเมินไว้ อาจส่งผลกดดันให้ตลาดหุ้นและโลหะมีค่าปรับตัวลดลงอย่างหนัก โดยคาดว่าทิศทางของราคาทองคำและแร่เงินจะเคลื่อนไหวตามแนวโน้มของตลาดหุ้น ซึ่งจะแปรผกผันกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury yields) โดยเฉพาะพันธบัตรอายุ 10 ปี ตราบใดที่ผลตอบแทนยังคงพุ่งสูงขึ้น มันจะสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยด้านพลังงานและยุทธศาสตร์ทางภูมิรัฐศาสตร์
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของตลาด เนื่องจากอาจสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบและขอบเขตของความขัดแย้งที่ชัดเจนยิ่งขึ้น หากเส้นทางการขนส่งน้ำมันเข้าสู่ภาวะวิกฤต อัตราดอกเบี้ยและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจะทำให้โลหะมีค่าถูกเทขาย ในทางกลับกัน Pavilonis มองว่ากลยุทธ์หลักของอิหร่านไม่ได้มุ่งเป้าแค่การส่งออกน้ำมัน แต่ยังพยายามบีบให้ประเทศเพื่อนบ้านต้องเทขายสินทรัพย์ที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ พันธบัตรรัฐบาล และทองคำ เพื่อนำมาสร้างสภาพคล่องและเสริมความมั่นคงให้กับประเทศของตนเอง
คาดการณ์แนวโน้มราคาทองคำในอนาคต
ภายใต้สภาวะตลาดปัจจุบัน Pavilonis เตือนว่าสถานการณ์อาจดูเลวร้ายลงก่อนที่จะเริ่มคลี่คลาย โดยตลาดหุ้นและโลหะมีค่ามีแนวโน้มที่จะปรับฐานลดลงตามกัน หากเป็นไปตามคาดการณ์และราคาน้ำมันพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ อาจมีความเป็นไปได้ที่เราจะได้เห็นราคาทองคำร่วงลงไปทดสอบแนวรับที่ลึกขึ้นระดับ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ล่าสุดในการซื้อขายช่วงวันอังคาร ราคาทองคำยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ใกล้กับแนวรับ 5,000 ดอลลาร์ โดยราคาทองคำสปอต (Spot Gold) เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 5,010.42 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ 0.08% ซึ่งสะท้อนถึงท่าทีระมัดระวังของนักลงทุนในสภาวะที่ตลาดเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน










