อัปเดตไวรัสกลายพันธุ์ของอินเดียที่ WHO จัดเข้ากลุ่มเป็นภัยอันตราย

รู้หรือไม่ – เคยมีความเชื่อเกิดขึ้นในอินเดียว่าภาวะวิกฤตของ COVID-19 ได้จบสิ้นไปตลอดกาลแล้วตั้งแต่เดือนม.ค.

ในที่สุดองค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ออกมาจำแนกเชื้อโคโรน่าไวรัสกลายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในอินเดียให้อยู่ใน “กลุ่มที่น่ากังวล” เมื่อวานนี้ และกลายเป็นข้อบ่งชี้ถึงโอกาสของการเป็นภัยคุกคามต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก

มาเรีย แวน เคอร์โคฟ หัวหน้าแผนกโรคอุบัติใหม่ของ WHO ได้เปิดเผยว่า มีการศึกษาเบื้องต้นที่พบว่า เชื้อไวรัส B.1.617 สามารถแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น และยังมีหลักฐานที่ชี้ว่า มันอาจหลบเลี่ยงการต่อต้านบางอย่างจากวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบัน

จากเมื่อสัปดาห์ก่อน WHO ได้เคยกล่าวถึงการเฝ้าติตดามเชื้อโคโรน่าไวรัส 10 สายพันธุ์ทั่วโลก ซึ่งรวมถึง B.1.617 ที่เดิมทีเคยถูกจำแนกไว้ใน “กลุ่มที่ถูกจับตามอง” เนื่องจากต้องการเวลาศึกษาและทำความเข้าใจเพิ่มเติม

ปัจจุบันอินเดียเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรค COVID-19 สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก จากยอดรวมที่มากกว่า 22.9 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตทั้งหมดไปแล้วเกินกว่า 249,000 ราย ท่ามกลางปัญหาเตียงผู้ป่วยและออกซิเจนที่ไม่เพียงพอ

มีหลายปัจจัยที่บ่งชี้ว่าการระบาดที่กลับมารุนแรงอีกครั้งในอินเดียมีส่วนมาจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ซึ่ง WHO ก็ได้กล่าวไว้ว่า มีการแพร่กระจายเพิ่มขึ้นจากเชื้อไวรัสหลายสายพันธุ์ในอินเดีย แต่ B.1.617 มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ

B.1.617 ยังถูกแบ่งออกเป็น 3 สายพันธุ์ย่อยโดยแตกต่างกันตามลักษณะของการกลายพันธุ์ ซึ่งจากข้อมูลของ WHO ก็ชี้ให้เห็นถึงการระบาดที่พบเจอได้มากที่สุดจากสายพันธุ์ย่อย B.1.617.1 และ B.1.617.2

เชื้อไวรัสสายพันธุ์นี้ยังเป็นที่รู้จักกันในนาม “เชื้อกลายพันธุ์ 2 ตำแหน่ง” ที่ทำให้มันมีการแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้นและหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันในร่างกายได้ดีขึ้น ในขณะที่อินเดียยังมีสายพันธุ์ B.1.618 ที่มีการกลายพันธุ์ไปถึง 3 ตำแหน่ง

ที่ผ่านมารัฐบาลอินเดียถูกโจมตีอย่างหนักที่อนุญาตให้มีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และการชุมนุมในพิธีการทางศาสนาที่ดึงดูดฝูงชนมาเข้าร่วมนับล้านคน จนกลายเป็นอีเวนต์ใหญ่ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง

นอกจากนี้กลุ่มผู้กำหนดนโยบาย, ภาคอุตสาหกรรม และชุมชนต่าง ๆ ก็พากันกระตือรือร้นในการกลับมาดำเนินวิถีชีวิตตามปกติ เพื่อผลักดันการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจจนละเลยความจริงที่ว่าเชื้อไวรัสยังไม่ได้จากไปไหน

อย่างไรก็ตามจากคำประกาศที่ออกมาเมื่อวานนี้ WHO ก็ยังคงยืนยันผลข้อมูลในปัจจุบันที่แสดงว่า วัคซีนป้องกัน COVID-19 ยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันอาการป่วยและการเสียชีวิตในกลุ่มคนที่ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์นี้

ในขณะที่ CEO ของ BioNTech ก็เคยออกมากล่าวไว้เมื่อเดือนก่อนว่า เขามีความเชื่อมั่นว่าวัคซีนของบริษัทที่มีการพัฒนาร่วมกับ Pfizer มีประสิทธิภาพในการรับมือกับเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ที่มีต้นกำเนิดมาจากอินเดีย

ยังมีผลการศึกษาเบื้องต้นที่พบว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีน Covaxin 28 รายสามารถต้านทานเชื้อไวรัสสายพันธุ์ B.1.617 ได้ โดยที่ Covaxin คือวัคซีนที่ถูกพัฒนาโดย Bharat Biotech ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยทางการแพทย์ที่ดำเนินการโดยรัฐบาลของอินเดีย

 

References :

https://www.cnbc.com/2021/05/11/india-covid-explainer-what-we-know-about-the-bpoint1point617-variant.html

https://www.cnbc.com/2021/05/10/who-classifies-triple-mutant-covid-variant-from-india-as-global-health-risk-.html